ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

การตลาดรูปแบบ Mystery Box สร้างยอดขายได้อย่างไร

 

การตลาดรูปแบบ Mystery Box สร้างยอดขายได้อย่างไร

เชื่อว่าทุกคนต้องเคยได้ยินมาก่อนแน่นอนค่ะ เพราะช่วงนี้เทรนด์นี้กำลังมาแรงและเป็นที่นิยมมากๆ นั่นก็คือ กล่องสุ่ม หรือ Mystery Box นั่นเองค่ะ หลายๆ คนอาจจะคิดว่ากล่องสุ่มเป็นเพียงแค่การสร้างความตื่นเต้นให้กับผู้ซื้อเพียงเท่านั้น เพราะผู้ซื้อจะไม่รู้อย่างแน่นอนว่าสินค้าที่ได้เป็นสินค้าแบบไหน คล้ายๆ กับที่เราไปจับฉลากของขวัญมา แต่กล่องสุ่มไม่ได้สร้างแค่ความตื่นเต้นเพียงอย่างเดียวค่ะ เพราะกล่องสุ่มถือว่าเป็นอีกหนึ่งกลยุทธ์ที่ช่วยให้ธุรกิจเพิ่มยอดขายแบบรัวๆ ได้เลยค่ะ

Mystery Box จัดได้ว่ามีหลายประเภทมากๆ ไม่ว่าคุณจะประกอบธุรกิจอะไรก็สามารถนำมาจัดเป็นกล่องสุ่มได้หมดเลยค่ะ  ไม่ว่าจะเป็น สินค้าสตรีตแบรนด์, แบรนด์หรู, ของเล่นของสะสม, เครื่องสำอาง และอื่นๆ อีกมากมาย ราคาของ Mystery Box จะมีตั้งแต่ 100 - 100,000 บาทเลยค่ะ ราคาจะขึ้นอยู่กับประเภทและขนาดของสินค้า 

ซึ่งเราขอยกตัวอย่าง กล่องสุ่มที่ประสบความสำเร็จมากที่สุดในปัจจุบันนี้คงจะเป็นใครไม่ได้ นอกจาก 'พิมรี่พาย' ค่ะ ถือว่าเป็นกระแสที่ร้อนแรงมากๆ จากเพจพิมรี่พายขายทุกอย่างออกมาขายกล่องสุ่มเครื่องสำอางในราคา 1 แสนบาท !!!  ซึ่งสินค้าที่อยู่ภายในกล่องเราไม่สามารถเลือกได้ ซึ่งมีทั้งเครื่องสำอาง น้ำหอม และสกิลแคร์  'พิมรี่พาย' ได้ปิดจบการสั่งซื้อด้วยยอดจำนวน 1000 ออเดอร์ ซึ่งตีเป็นเงิน 100 ล้านบาท เป็นแม่ค้าที่ทำ Mystery Box และประสบความสำเร็จอย่างมาก 

ในมุมมองของผู้ซื้อ ที่นอกจากจะรู้สึกตื่นเต้น สนุก และลุ้นที่จะได้เปิดดูสินค้าข้างในแล้ว กล่องสุ่มยังทำให้ลูกค้าได้ค้นพบ และลองอะไรใหม่ๆ บางครั้งก็ทำกำไรได้มากกว่าการจ่ายด้วยซ้ำ  เช่น กล่องสุ่มราคา 13,300 บาท แต่ลูกค้าจะได้รับสินค้าที่มีมูลค่ารวมกัน 30,000 บาท ถือว่าเกินคุ้มมากๆ 

ขณะเดียวกัน...
ในมุมของผู้ขาย ถ้าหากคุณขายสินค้าที่มีการสต็อกสินค้าจำนวนเยอะมากๆ แต่เกิดสถานการณ์อย่างเช่นโควิดที่ทำให้ไม่สามารถขายสินค้าได้ยอดตามที่ตั้งเป้าไว้ ข้อดีของการจัดกล่องสุ่มก็คือ พวกเขาไม่ต้องกำจัดสินค้าทิ้งทั้งๆ ที่สภาพสินค้าก็ยังดีอยู่ อีกทั้งแบรนด์ยังสามารถขายสินค้าหลายๆ ชิ้นได้จากในออร์เดอร์เดียว และบางครั้งอาจทำให้ยอดการใช้จ่ายต่อครั้งสูงกว่าปกติได้ด้วย 


ที่มา: SEO Winner รับทำ SEO โปรโมทเว็บไซต์ ให้ติดอันดับ Google ติดหน้าแรก Google

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

SEO Content เขียนอย่างไร จึงจะติดอันดับ ?

  การเขียน SEO Content จะทำให้บทความของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น จะช่วยให้บทความของคุณติดอันดับบน Google ทำให้มีคนค้นหาเว็บไซต์ และบทความของคุณเจอเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย วันนี้เราจะพามาหาคำตอบกันค่ะ ว่าควรต้องทำอย่างไรบ้าง ? 1. กำหนด Keyword  สำหรับการเขียน SEO Content นั้นต้องมีการกำหนด Keyword ที่เหมาะสมและสอดคล้องกับบทความที่เราเขียน โดยต้องวิเคราะห์ก่อนว่ากลุ่มเป้าหมายที่จะมาอ่านบทความของเราเป็นใคร และเขาจะใช้ Keyword อะไรในการค้นหา และอย่าลืมว่า Keyword มี่เราเลือกใช้ต้องมีปริมาณการค้นหา (Search Volume) ประมาณหนึ่งด้วย ยกตัวอย่างง่ายๆ ก่อนอื่นเราต้องดูว่าประเด็นที่เราจะเขียนนั้นคืออะไร เราสามารถนำประเด็นนั้นมาเป็น Keyword ตั้งต้นได้ เช่น การตลาดวันละตอนจะเขียนเรื่อง กลยุทธ์ในการทำการตลาดออนไลน์ Keyword ที่เหมาะสมก็คือ กลยุทธ์การตลาด หรือ กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ เป็นต้น 2. ใส่ Keyword ให้ถูกตำแหน่ง การใส่ Keyword ควรแทรกให้กระจายอยู่ในส่วนต่างๆ ของบทความ แต่ต้องไม่มากจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้ Google มองว่าเว็บไซต์ของเราเป็นพวกสแปมคีย์เวิร์ดได้  ปกติแล้ว SEO Content จะมีความยาว...

กลยุทธ์ Tie-in แบรนด์อย่างไร ? ให้เจาะกลุ่มเป้าหมายได้แบบเนียนๆ

กลยุทธ์ Tie-in เป็นหนึ่งในวิธีการสร้างการรับรู้แบรนด์ เพื่อสื่อสารการตลาดกับ 'ลูกค้า' โดยเป็นที่รู้จักและใช้มานานอย่างแพร่หลายแล้ว โดยวิธียอดฮิตก็คือ การนำผลิตภัณฑ์ บริการ หรือโลโก้แบรนด์ เข้าไปอยู่ในคอนเทนต์ที่นำเสนอไปยังกลุ่มเป้าหมายนั่นเอง และต้องบอกว่า การใช้กลยุทธ์ Tie-in ในยุคปัจจุบันนี้ มีช่องทางให้เลือกในการโปรโมทสินค้าได้อย่างมากมาย ซึ่งกลยุทธ์นี้สามารถสร้างการรับรู้ที่ดี อีกทั้งยังดึงดูดความสนใจผู้บริโภคได้อย่างเนียนๆ อีกด้วย จนแทบกลุ่มเป้าหมายอาจจะไม่รู้ตัวกันเลยค่ะ วันนี้เราได้นำไอเดียดีๆ จาก everydaymarketing มาแบ่งปันกันค่ะ สำหรับการ Tie-in ในยุคสังคมออนไลน์แบบนี้ มาให้นักการตลาดได้หยิบเอาไปใช้ได้ ดังนั้นมาดูกันดีกว่าว่า เราจะสามารถ Tie-in อย่างไรได้บ้าง ? 1. Tie-in สื่อแฝงในภาพยนต์ แน่นอนว่าหลายๆ คนคงพบเห็นกันบ่อยๆ กับสื่อแฝงในภาพยนต์ แต่จะทำอย่างไรล่ะให้หนัง หรือภาพยนตร์เรื่องนั้นๆ เกิดภาพจำได้ว่าแบรนด์นี้เป็นแบรนด์ของเรา ยกตัวอย่างเช่น.. การ Tie-in ของภาพยนต์ไทย 'เรื่องอ้ายคนหล่อลวง' ที่โด่งดังมากๆ สิ่งที่เห็นชัดๆ เลยก็คือ จะเห็นแบรนด์ 'ศรีสวัสด...

SEO และ SEM คืออะไร

  ในการทำธุรกิจออนไลน์ การทำเว็บไซต์เป็นสิ่งที่สำคัญ เปรียบเสมือนเป็นหน้าต่างของบ้านเลยทีเดียว และเมื่อเรามีเว็บไซต์เป็นของตัวเองแล้ว สิ่งที่ตามมาก็คือ การโปรโมทเว็บไซต์นั่นเอง ช่องทางการสร้างยอดขายให้เติบโตอย่างรวดเร็วอย่าง Google และใครๆ ก็ต้องการที่ครองอันดับต้นๆ กันทั้งนั้น  สำหรับวันนี้เราจะมาพูดถึง SEO และ SEM กันค่ะ แน่นอนว่าหลายๆ คนต้องคุ้นหูกันอย่างแน่นอน เพราะถือว่าเครื่องมือการตลาดออนไลน์ที่กำลังมาแรง และเป็นที่น่าสนใจมากๆ แต่ 2 อย่างนี้มีความแตกต่างกันอย่างไร นำไปใช้แบบไหน และเหมาะกับธุรกิจของเราหรือไม่ วันนี้เราจะพาทุกคนไปหาคำตอบกันค่ะ  - SEM  ย่อมาจากคำว่า Search Engine Marketing คือ รูปแบบการทำการตลาดบน Search Engine ที่นิยมมากที่สุดก็คือ Google นั่นเอง เป็นการทำในรูปแบบของการจ่ายเงินเพื่อซื้อพื้นที่โฆษณา โดยใช้วิธีการซื้อ keyword คำที่ต้องการให้ค้นหาสินค้าหรือบริการของเรา จะมีการเรียกเก็บเงินตามจำนวนคลิกเว็บไซต์  สำหรับการทำ SEM เห็นผลลัพธ์ได้ในระยะเวลาอันสั้นในการติดอันดับบน Google และเห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน แต่สิ่งที่ตามมาก็คือค่าใช้จ่ายนั่นเ...