ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

การตลาดยุคใหม่ ตีกระแสได้โดยใช้ Memes

 

การตลาดยุคใหม่ ตีกระแสได้โดยใช้ Memes

เราลองมาทำความรู้จักกับ  Memes กันก่อนดีกว่าค่ะ คำว่า 'มีม' เปรียบเหมือนเป็นวลีติดปากบนแพลตฟอร์มโซเชียลมีเดีย ในเรื่องที่เป็นตลก ขำขัน สนุกสนาน ที่เคยกันอย่างแพร่หลายมากที่สุดของมีม ในรูปแบบภาพนิ่งและ GIF มันเป็นสัญลักษณ์ผ่านการเขียน การพูด วลี ประโยคเด็ด ท่าทาง หรือภาพล้อเลียนแนว Pop Culture เอามาทำให้ดูตลกๆ จึงทำให้มีมนี้ถูกแพร่ได้อย่างรวดเร็ว

ทำการตลาดทำไมต้องใช้มีม?
ข้อดีอย่างแรกที่เห็นชัดเลยก็คือ การทำมีมเป็นอะไรที่ใช้งบการตลาดน้อยมากๆ เป็นวิธีที่ไม่ต้องใช้ influencer ในการโปรโมตให้เสียเงินเพิ่มอีก อีกทั้งยังสามารถทำให้ผู้บริโภคเข้าถึงได้อย่างรวดเร็วและมีจำนวนที่เยอะอีกด้วย เพราะเป็นสิ่งที่โน้มน้าวใจของผู้ซื้อได้อย่างดี 

เป็นการสร้าง  Community เนื่องจากเพราะมีมเป็นสิ่งที่ตลก และเข้าใจง่ายอยู่แล้ว ทำให้ผู้คนได้ไหลเข้ามารวมกันทำให้เกิดเป็นชุมชน หรือ Community ระหว่างผู้ติดตามของแบรนด์ได้ เพราะทำให้ผู้คนเหล่านี้รู้สึกว่าตัวเราเองมีคนที่คิดเหมือนกัน มองสิ่งเดียวกันแล้วเข้าใจ เมื่อจำนวนคนมารวมตัวกันเยอะมากขึ้น ก็ยิ่งจะส่งผลให้ฐานลูกค้าของแบรนด์ขยายใหญ่ขึ้นด้วยเช่นกัน อีกทั้งยังถือว่าเป็นการกระตุ้นทำให้เกิดการแชร์ได้ดีมากๆ ยกตัวอย่างเช่น คุณไปเจอมีมที่ดูแล้วรู้สึกว่าตลกมาก ก็เลยส่งต่อให้กับเพื่อนของคุณ เมื่อเพื่อนดูแล้วก็จะส่งต่อๆ แบบนี้ไปเรื่อยๆ นี่จึงถือเป็นการช่วยโปรโมทและสนับสนุนแบรนด์ให้เป็นที่รู้จักมากขึ้น

เทคนิคการสร้างมีมให้เป็นไวรัล
- อ่านง่าย
- แชร์ง่าย
- ตามกระแส
- เข้าใจง่าย
- ไม่เยิ่นเย้อ
- เห็นแล้วมีปฏิกริยาทันที
- ไม่ขายของเกินไป

นอกจากนี้การใช้มีมจะสร้างประโยชน์มหาศาลให้กับแบรนด์โดยที่ใช้ต้นทุนต่ำมาก แต่ข้อระวังอีกอย่างของการใช้มีม ก็คือ เรื่องของการพยายามสอดแทรกสินค้ามากเกินไป การที่มีมจะเกิดขึ้นได้ส่วนใหญ่จะมาจากกลุ่มคนวัยรุ่น การเอาสินค้าไปใส่ไว้ในมีมที่มันขัดๆ หรือดูพยายามมากเกินไป จะทำให้กลายเป็นภาพลบของแบรนด์ไปในทันที และต้องระวังเรื่องการสื่อความหมายของมีมที่ผิด นั่นจะส่งผลกระทบอย่ามหาศาลอีกด้วยค่ะ

ที่มา: SEO Winner รับทำ SEO โปรโมทเว็บไซต์ ให้ติดอันดับ Google ติดหน้าแรก Google

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

SEO Content เขียนอย่างไร จึงจะติดอันดับ ?

  การเขียน SEO Content จะทำให้บทความของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น จะช่วยให้บทความของคุณติดอันดับบน Google ทำให้มีคนค้นหาเว็บไซต์ และบทความของคุณเจอเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย วันนี้เราจะพามาหาคำตอบกันค่ะ ว่าควรต้องทำอย่างไรบ้าง ? 1. กำหนด Keyword  สำหรับการเขียน SEO Content นั้นต้องมีการกำหนด Keyword ที่เหมาะสมและสอดคล้องกับบทความที่เราเขียน โดยต้องวิเคราะห์ก่อนว่ากลุ่มเป้าหมายที่จะมาอ่านบทความของเราเป็นใคร และเขาจะใช้ Keyword อะไรในการค้นหา และอย่าลืมว่า Keyword มี่เราเลือกใช้ต้องมีปริมาณการค้นหา (Search Volume) ประมาณหนึ่งด้วย ยกตัวอย่างง่ายๆ ก่อนอื่นเราต้องดูว่าประเด็นที่เราจะเขียนนั้นคืออะไร เราสามารถนำประเด็นนั้นมาเป็น Keyword ตั้งต้นได้ เช่น การตลาดวันละตอนจะเขียนเรื่อง กลยุทธ์ในการทำการตลาดออนไลน์ Keyword ที่เหมาะสมก็คือ กลยุทธ์การตลาด หรือ กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ เป็นต้น 2. ใส่ Keyword ให้ถูกตำแหน่ง การใส่ Keyword ควรแทรกให้กระจายอยู่ในส่วนต่างๆ ของบทความ แต่ต้องไม่มากจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้ Google มองว่าเว็บไซต์ของเราเป็นพวกสแปมคีย์เวิร์ดได้  ปกติแล้ว SEO Content จะมีความยาว...

กลยุทธ์ Tie-in แบรนด์อย่างไร ? ให้เจาะกลุ่มเป้าหมายได้แบบเนียนๆ

กลยุทธ์ Tie-in เป็นหนึ่งในวิธีการสร้างการรับรู้แบรนด์ เพื่อสื่อสารการตลาดกับ 'ลูกค้า' โดยเป็นที่รู้จักและใช้มานานอย่างแพร่หลายแล้ว โดยวิธียอดฮิตก็คือ การนำผลิตภัณฑ์ บริการ หรือโลโก้แบรนด์ เข้าไปอยู่ในคอนเทนต์ที่นำเสนอไปยังกลุ่มเป้าหมายนั่นเอง และต้องบอกว่า การใช้กลยุทธ์ Tie-in ในยุคปัจจุบันนี้ มีช่องทางให้เลือกในการโปรโมทสินค้าได้อย่างมากมาย ซึ่งกลยุทธ์นี้สามารถสร้างการรับรู้ที่ดี อีกทั้งยังดึงดูดความสนใจผู้บริโภคได้อย่างเนียนๆ อีกด้วย จนแทบกลุ่มเป้าหมายอาจจะไม่รู้ตัวกันเลยค่ะ วันนี้เราได้นำไอเดียดีๆ จาก everydaymarketing มาแบ่งปันกันค่ะ สำหรับการ Tie-in ในยุคสังคมออนไลน์แบบนี้ มาให้นักการตลาดได้หยิบเอาไปใช้ได้ ดังนั้นมาดูกันดีกว่าว่า เราจะสามารถ Tie-in อย่างไรได้บ้าง ? 1. Tie-in สื่อแฝงในภาพยนต์ แน่นอนว่าหลายๆ คนคงพบเห็นกันบ่อยๆ กับสื่อแฝงในภาพยนต์ แต่จะทำอย่างไรล่ะให้หนัง หรือภาพยนตร์เรื่องนั้นๆ เกิดภาพจำได้ว่าแบรนด์นี้เป็นแบรนด์ของเรา ยกตัวอย่างเช่น.. การ Tie-in ของภาพยนต์ไทย 'เรื่องอ้ายคนหล่อลวง' ที่โด่งดังมากๆ สิ่งที่เห็นชัดๆ เลยก็คือ จะเห็นแบรนด์ 'ศรีสวัสด...

SEO และ SEM คืออะไร

  ในการทำธุรกิจออนไลน์ การทำเว็บไซต์เป็นสิ่งที่สำคัญ เปรียบเสมือนเป็นหน้าต่างของบ้านเลยทีเดียว และเมื่อเรามีเว็บไซต์เป็นของตัวเองแล้ว สิ่งที่ตามมาก็คือ การโปรโมทเว็บไซต์นั่นเอง ช่องทางการสร้างยอดขายให้เติบโตอย่างรวดเร็วอย่าง Google และใครๆ ก็ต้องการที่ครองอันดับต้นๆ กันทั้งนั้น  สำหรับวันนี้เราจะมาพูดถึง SEO และ SEM กันค่ะ แน่นอนว่าหลายๆ คนต้องคุ้นหูกันอย่างแน่นอน เพราะถือว่าเครื่องมือการตลาดออนไลน์ที่กำลังมาแรง และเป็นที่น่าสนใจมากๆ แต่ 2 อย่างนี้มีความแตกต่างกันอย่างไร นำไปใช้แบบไหน และเหมาะกับธุรกิจของเราหรือไม่ วันนี้เราจะพาทุกคนไปหาคำตอบกันค่ะ  - SEM  ย่อมาจากคำว่า Search Engine Marketing คือ รูปแบบการทำการตลาดบน Search Engine ที่นิยมมากที่สุดก็คือ Google นั่นเอง เป็นการทำในรูปแบบของการจ่ายเงินเพื่อซื้อพื้นที่โฆษณา โดยใช้วิธีการซื้อ keyword คำที่ต้องการให้ค้นหาสินค้าหรือบริการของเรา จะมีการเรียกเก็บเงินตามจำนวนคลิกเว็บไซต์  สำหรับการทำ SEM เห็นผลลัพธ์ได้ในระยะเวลาอันสั้นในการติดอันดับบน Google และเห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน แต่สิ่งที่ตามมาก็คือค่าใช้จ่ายนั่นเ...