ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ทำธุรกิจออนไลน์ผ่าน Facebook แล้วจำเป็นต้องมี Website หรือไม่?

 

ทำธุรกิจออนไลน์ผ่าน  Facebook แล้วจำเป็นต้องมี Website หรือไม่?

    ผู้ที่มีบัญชีเฟซบุ๊คนั้นสามารถเข้าใช้งานได้หลายวัตถุประสงค์ เช่น บัญชีผู้ใช้งานส่วนตัว เพื่อการทำธุรกิจ หรือในหนึ่งคนสมัครเข้าใช้งานได้หลายบัญชี แต่ละบัญชีอาจมีวัตถุประสงคืที่แตกต่างกันออกไปหรือบัญชีที่เป็นบัญชีปลอม อย่างเช่น เด็กอายุ 15 ปี แต่ใช้ลงบัญชีที่มีอายุ 20 ปี ระบุเพศที่ตรงกันข้ามกับตัวเอง แม้กระทั่งมีแก๊งค์มิจฉาชีพแฝงตัวเข้ามาทำธุรกิจออนไลน์ในเฟซบุ๊ค เช่น การเปิดแฟนเพจเฟซบุ๊ค เพื่อหลอกเอาทรัพย์สิน ซึ่งก็มีเกลื่อนมากอยู่ในขณะนี้ ทำให้คนที่สนใจสินค้านั้นสั่งซื้อ และถูกหลอกได้อย่างง่ายดาย ซึ่งก็เป็นช่องโหว่ของการเล่น Facebook อีกอย่างหนึ่ง ที่ทำสามารถแยกออกยากและถูกหลอกจาก Facebook กันเป็นประจำ ทำให้ยากต่อการแก้ไขปัญหานี้
    การทำธุรกิจออนไลน์ทาง Facebook จึงไม่ใช่ สิ่งที่ตอบโจทย์การทำธุรกิจเพียงอย่างเดียว เพราะเหตุผลเหล่านี้ทำให้ Facebook มีความน่าเชื่อถือน้อยลง ส่วนในด้านของ Website หากมีการสังเกตดี ๆ ทุกวันนี้ หากเราต้องการที่จะซื้อสินค้า ที่ไม่มีในบริเวณใกล้บ้าน เป็นสินค้าที่หาซื้อได้ยาก เมื่อทุกคนมีอินทอร์เน็ตอยู่ในมือ สิ่งแรกที่ต้องทำนั้นก็คือ การเสิร์ชหาสินค้าใน Google อย่างคำที่ใช้กันเป็นประจำ "คิดอะไรไม่ออก ถาม Google" ก็ใช้ได้ผลซะด้วย                                                                      Google จึงเป็นคำตอบแรก ของการหาสิ่งของนั้น หากจะหาจาก facebook คงจะเสิร์ชหาจนตาลาย เพราะหายากซะเหลือเกินกว่าจะคีย์ข้อมูลถูกต้องกับชื่อบัญชีนั้น Google จึงเป็นที่เก็บ Website ชั้นยอด เมื่อธุรกิจนั้นมี Website เป็นตัวแทนร้านจะระบุสินค้าต่าง ๆ ช่องทางการติดต่อ บทความเนื้อหาที่เกี่ยวกับสินค้า ที่อยู่ของบริษัท ได้อย่างชัดเจน ยิ่งธุรกิจมีเว็บไซต์ที่อยู่อันดับต้น ๆ ของ Google ยิ่งจะทำให้เว็บไซต์นั้นถูกคลิกเข้าไปใช้งานมากที่สุด เพราะคนที่เข้าดูเว็บไซต์ส่วนมากจะเป็นกลุ่มที่พร้อมจ่ายและซื้อสินค้านั้น ส่วนคนที่เข้าไปในเฟซบุ๊ค จะเข้าไปอ่านรายละเอียด หากสนใจก็ซื้อ หากไม่สนใจก็ปล่อยผ่านไป 
    นี่จึงเป็นส่วนที่ตอกย้ำว่า Facebook เป็นเพียงสื่ออีกทางเลือกหนึ่ง ซึ่งไม่ใช่ที่สุดของคำตอบการทำธุรกิจออนไลน์ การมี Website ต่างหากถึงจะสร้างรายได้ให้มากกว่าและสร้างความน่าเชื่อถือให้มากยิ่งขึ้น แต่อย่างไรแล้วก็ตามมี Website แล้วก็ควรที่จะขยายช่องทางผ่านสื่ออื่น ๆ เพื่อเจาะกลุ่มเป้าหมายและเพิ่มยอดขายให้ธุรกิจร่วมอีกทาง



ที่มา: SEO Winner รับทำ SEO โปรโมทเว็บไซต์ ให้ติดอันดับ Google ติดหน้าแรก Google

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

SEO Content เขียนอย่างไร จึงจะติดอันดับ ?

  การเขียน SEO Content จะทำให้บทความของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น จะช่วยให้บทความของคุณติดอันดับบน Google ทำให้มีคนค้นหาเว็บไซต์ และบทความของคุณเจอเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย วันนี้เราจะพามาหาคำตอบกันค่ะ ว่าควรต้องทำอย่างไรบ้าง ? 1. กำหนด Keyword  สำหรับการเขียน SEO Content นั้นต้องมีการกำหนด Keyword ที่เหมาะสมและสอดคล้องกับบทความที่เราเขียน โดยต้องวิเคราะห์ก่อนว่ากลุ่มเป้าหมายที่จะมาอ่านบทความของเราเป็นใคร และเขาจะใช้ Keyword อะไรในการค้นหา และอย่าลืมว่า Keyword มี่เราเลือกใช้ต้องมีปริมาณการค้นหา (Search Volume) ประมาณหนึ่งด้วย ยกตัวอย่างง่ายๆ ก่อนอื่นเราต้องดูว่าประเด็นที่เราจะเขียนนั้นคืออะไร เราสามารถนำประเด็นนั้นมาเป็น Keyword ตั้งต้นได้ เช่น การตลาดวันละตอนจะเขียนเรื่อง กลยุทธ์ในการทำการตลาดออนไลน์ Keyword ที่เหมาะสมก็คือ กลยุทธ์การตลาด หรือ กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ เป็นต้น 2. ใส่ Keyword ให้ถูกตำแหน่ง การใส่ Keyword ควรแทรกให้กระจายอยู่ในส่วนต่างๆ ของบทความ แต่ต้องไม่มากจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้ Google มองว่าเว็บไซต์ของเราเป็นพวกสแปมคีย์เวิร์ดได้  ปกติแล้ว SEO Content จะมีความยาว...

กลยุทธ์ Tie-in แบรนด์อย่างไร ? ให้เจาะกลุ่มเป้าหมายได้แบบเนียนๆ

กลยุทธ์ Tie-in เป็นหนึ่งในวิธีการสร้างการรับรู้แบรนด์ เพื่อสื่อสารการตลาดกับ 'ลูกค้า' โดยเป็นที่รู้จักและใช้มานานอย่างแพร่หลายแล้ว โดยวิธียอดฮิตก็คือ การนำผลิตภัณฑ์ บริการ หรือโลโก้แบรนด์ เข้าไปอยู่ในคอนเทนต์ที่นำเสนอไปยังกลุ่มเป้าหมายนั่นเอง และต้องบอกว่า การใช้กลยุทธ์ Tie-in ในยุคปัจจุบันนี้ มีช่องทางให้เลือกในการโปรโมทสินค้าได้อย่างมากมาย ซึ่งกลยุทธ์นี้สามารถสร้างการรับรู้ที่ดี อีกทั้งยังดึงดูดความสนใจผู้บริโภคได้อย่างเนียนๆ อีกด้วย จนแทบกลุ่มเป้าหมายอาจจะไม่รู้ตัวกันเลยค่ะ วันนี้เราได้นำไอเดียดีๆ จาก everydaymarketing มาแบ่งปันกันค่ะ สำหรับการ Tie-in ในยุคสังคมออนไลน์แบบนี้ มาให้นักการตลาดได้หยิบเอาไปใช้ได้ ดังนั้นมาดูกันดีกว่าว่า เราจะสามารถ Tie-in อย่างไรได้บ้าง ? 1. Tie-in สื่อแฝงในภาพยนต์ แน่นอนว่าหลายๆ คนคงพบเห็นกันบ่อยๆ กับสื่อแฝงในภาพยนต์ แต่จะทำอย่างไรล่ะให้หนัง หรือภาพยนตร์เรื่องนั้นๆ เกิดภาพจำได้ว่าแบรนด์นี้เป็นแบรนด์ของเรา ยกตัวอย่างเช่น.. การ Tie-in ของภาพยนต์ไทย 'เรื่องอ้ายคนหล่อลวง' ที่โด่งดังมากๆ สิ่งที่เห็นชัดๆ เลยก็คือ จะเห็นแบรนด์ 'ศรีสวัสด...

SEO และ SEM คืออะไร

  ในการทำธุรกิจออนไลน์ การทำเว็บไซต์เป็นสิ่งที่สำคัญ เปรียบเสมือนเป็นหน้าต่างของบ้านเลยทีเดียว และเมื่อเรามีเว็บไซต์เป็นของตัวเองแล้ว สิ่งที่ตามมาก็คือ การโปรโมทเว็บไซต์นั่นเอง ช่องทางการสร้างยอดขายให้เติบโตอย่างรวดเร็วอย่าง Google และใครๆ ก็ต้องการที่ครองอันดับต้นๆ กันทั้งนั้น  สำหรับวันนี้เราจะมาพูดถึง SEO และ SEM กันค่ะ แน่นอนว่าหลายๆ คนต้องคุ้นหูกันอย่างแน่นอน เพราะถือว่าเครื่องมือการตลาดออนไลน์ที่กำลังมาแรง และเป็นที่น่าสนใจมากๆ แต่ 2 อย่างนี้มีความแตกต่างกันอย่างไร นำไปใช้แบบไหน และเหมาะกับธุรกิจของเราหรือไม่ วันนี้เราจะพาทุกคนไปหาคำตอบกันค่ะ  - SEM  ย่อมาจากคำว่า Search Engine Marketing คือ รูปแบบการทำการตลาดบน Search Engine ที่นิยมมากที่สุดก็คือ Google นั่นเอง เป็นการทำในรูปแบบของการจ่ายเงินเพื่อซื้อพื้นที่โฆษณา โดยใช้วิธีการซื้อ keyword คำที่ต้องการให้ค้นหาสินค้าหรือบริการของเรา จะมีการเรียกเก็บเงินตามจำนวนคลิกเว็บไซต์  สำหรับการทำ SEM เห็นผลลัพธ์ได้ในระยะเวลาอันสั้นในการติดอันดับบน Google และเห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน แต่สิ่งที่ตามมาก็คือค่าใช้จ่ายนั่นเ...