ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

อยากให้เว็บไซต์อยู่ในอันดับที่สูง ทำเองง่ายๆ ด้วย "Backlink"

 

อยากให้เว็บไซต์อยู่ในอันดับที่สูง ทำเองง่ายๆ ด้วย "Backlink"


Backlink คือ ลิงก์จากเว็บไซต์หนึ่งที่ไปอยู่บนอีกเว็บไซต์ เรียกอีกอย่างว่า Link building หรือจะอธิบายอย่างเข้าใจง่ายๆ ก็คือ  การที่เว็บไซต์อื่นใส่ลิงก์มายังเว็บไซต์ของเรา ไม่ว่าจะเป็นลิงก์ในลักษณะการให้เครดิต Reference หรือ Source รวมถึงการที่เราไปใส่ลิงก์ของตัวเองบนเว็บไซต์ต่างๆ ด้วย ไม่ว่าจะเป็นเว็บไซต์ประกาศงาน หรือ Social Media ต่างๆ ซึ่ง Backlink ถือว่าเป็นตัวสำคัญในการทำ SEO ด้วยเช่นกัน

หากคุณทำเว็บไซต์หรือดูแลเว็บไซต์ แล้วอยากให้มีคนเข้าชมเยอะๆ แบบไม่จำเป็นต้องใช้เงินโฆษณาเลย คุณสามารถสร้างเองได้ค่ะ! และการสร้างหรือมี Backlink เป็นหนึ่งในขั้นตอนสำคัญที่จะสร้างเว็บไซต์ให้มีประสิทธิภาพอย่างที่ต้องการได้ 

วิธีการสร้าง Backlink ด้วยตัวเองแบบง่าย ๆ
1. สร้าง Blogger เกี่ยวกับธุรกิจหรือสินค้าของเรา หลังจากนั้นก็เชื่อมลิงก์กลับมาที่เว็บหลัก
2. ไป Comment ตามเว็บบอร์ดที่เกี่ยวข้องกับธุรกิจของเรา “เน้นให้ความรู้ต่างๆ  แล้วแปะ LINK ของเราไว้ ”
3. ส่ง บทความที่จะสร้าง Backlink ไปตามเว็บประกาศ ที่เขาให้ลงข่าวฟรี
4. การสร้าง Backlink Profile ก็ถือว่าเป็นอีกหนึ่งเทคนิคที่ยังใช้ได้อยู่ในปัจจุบัน และส่วนมากจะทำลิ้งก์แบบ URL

ไม่ใช่ทุกลิงก์ที่ช่วยส่งเสริม SEO ให้กับเว็บไซต์ของเรา 
ซึ่ง Backlink นั้นจะแบ่งได้ง่ายๆ ออกเป็น 2 ชนิด คือ DoFollow ที่ช่วยส่งเสริมพลัง SEO และ NoFollow ที่ไม่ส่งพลังใดๆ กับเว็บไซต์ที่ได้รับ Backlink เลย

- DoFollow เวลาที่เราทำลิงค์โยงไปที่เว็บไซต์อื่นๆ เว็บไซต์นั้นก็จะได้รับคะแนน SEO จากเราไปด้วย (เสมือนว่าเว็บไซต์นั้นได้รับการโหวต)  ยิ่งเว็บไซต์ใดได้รับ Backlink มากๆ ก็เหมือนกับมีคนโหวตมาก จะช่วยให้อันดับของเว็บไซต์นั้นดียิ่งขึ้น และมีโอกาสที่เว็บเพจหน้านั้นจะถูก Index เข้าในฐานข้อมูลของ Google มากยิ่งขึ้นด้วย

- NoFollow คือการทำลิงค์เชื่อมโยงไปยังเว็บไซต์อื่นโดยไม่ส่งต่อคะแนน SEO ไปยังเว็บไซต์ปลายทางด้วย โดยปกติแล้วลิงก์ที่เป็น NoFollow จะเป็น Link ในส่วนของคอมเมนต์ ลิงก์จากเว็บไซต์ Social Media ต่างๆ และลิงก์ที่เป็น Affiliate 

นั่นหมายความว่าเว็บไซต์ที่ได้รับ Backlink แบบ No Follow จะไม่ได้รับผลดีในส่วน Ranking เลย ไม่ได้ช่วยให้เว็บไซต์อยู่ในอันดับที่สูงยิ่งขึ้น และที่สำคัญคือมันไม่ช่วยเพิ่มโอกาสให้หน้าเว็บเพจปลายทางมีโอกาสถูก Index มากขึ้นอีกด้วย ดังนั้นการทำ Backlink ที่ดีไม่ควรเป็น No Follow Link

แล้วเราจะรู้ได้อย่างไรว่า Backlink อันไหนเป็น Do Follow อันไหนเป็น No Follow วิธีการเช็คง่ายๆ ก็คือดูว่าลิงก์นั้นมี rel=”nofollow” แทรกใน HTML Tag หรือเปล่า ตามวิธีนี้เลยค่ะ

1. เปิด Browser Chrome ขึ้นมา
2. คลิกขวาที่ Link แล้วเลือก Inspect
3. สังเกตใน Tag <a href> ว่ามี rel=”nofollow” หรือเปล่า


ที่มา: SEO Winner รับทำ SEO โปรโมทเว็บไซต์ ให้ติดอันดับ Google ติดหน้าแรก Google

ความคิดเห็น

  1. ย้ายคอนโด พร้อมคนยกของGoogle รถรับจ้างชลบุรี บางแสน เมืองพัทยา บริการรับส่งสินค้าทั่วประเทศ ขนย้ายสิ่งของทุกประเภท ด้วยทีมงานคุณภาพ รับประกันความประทับใจ เราพร้อมที่จะช่วยแบ่งเบาภาระต่างๆ ในการขนย้ายของคุณให้เป็นเรื่องง่ายๆ ในราคาสบายกระเป๋า

    ตอบลบ
  2. หางาน น่าน BESTJOBTH เป็นบริษัทจัดหางานอันดับต้นๆ เป็นตัวกลางระหว่างผู้หางาน และบริษัทที่รับสมัครงาน 2564 โดยรวบรวมงานที่หลากหลาย มีงานทุกสายอาชีพ ครบทุกตำแหน่งงาน รวมถึงงานในประเทศและงานต่างประเทศ ทีมงานของเราอัปเดตตำแหน่งงานใหม่ทุกวัน พร้อมเสิร์ฟตำแหน่งงานที่หลากหลาย ครอบคลุมงาน Full-time และงานพาร์มไทม์ เหมาะกับผู้หางาน 2564 ไม่จำกัดวุฒิ

    ตอบลบ

แสดงความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

SEO Content เขียนอย่างไร จึงจะติดอันดับ ?

  การเขียน SEO Content จะทำให้บทความของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น จะช่วยให้บทความของคุณติดอันดับบน Google ทำให้มีคนค้นหาเว็บไซต์ และบทความของคุณเจอเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย วันนี้เราจะพามาหาคำตอบกันค่ะ ว่าควรต้องทำอย่างไรบ้าง ? 1. กำหนด Keyword  สำหรับการเขียน SEO Content นั้นต้องมีการกำหนด Keyword ที่เหมาะสมและสอดคล้องกับบทความที่เราเขียน โดยต้องวิเคราะห์ก่อนว่ากลุ่มเป้าหมายที่จะมาอ่านบทความของเราเป็นใคร และเขาจะใช้ Keyword อะไรในการค้นหา และอย่าลืมว่า Keyword มี่เราเลือกใช้ต้องมีปริมาณการค้นหา (Search Volume) ประมาณหนึ่งด้วย ยกตัวอย่างง่ายๆ ก่อนอื่นเราต้องดูว่าประเด็นที่เราจะเขียนนั้นคืออะไร เราสามารถนำประเด็นนั้นมาเป็น Keyword ตั้งต้นได้ เช่น การตลาดวันละตอนจะเขียนเรื่อง กลยุทธ์ในการทำการตลาดออนไลน์ Keyword ที่เหมาะสมก็คือ กลยุทธ์การตลาด หรือ กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ เป็นต้น 2. ใส่ Keyword ให้ถูกตำแหน่ง การใส่ Keyword ควรแทรกให้กระจายอยู่ในส่วนต่างๆ ของบทความ แต่ต้องไม่มากจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้ Google มองว่าเว็บไซต์ของเราเป็นพวกสแปมคีย์เวิร์ดได้  ปกติแล้ว SEO Content จะมีความยาว...

กลยุทธ์ Tie-in แบรนด์อย่างไร ? ให้เจาะกลุ่มเป้าหมายได้แบบเนียนๆ

กลยุทธ์ Tie-in เป็นหนึ่งในวิธีการสร้างการรับรู้แบรนด์ เพื่อสื่อสารการตลาดกับ 'ลูกค้า' โดยเป็นที่รู้จักและใช้มานานอย่างแพร่หลายแล้ว โดยวิธียอดฮิตก็คือ การนำผลิตภัณฑ์ บริการ หรือโลโก้แบรนด์ เข้าไปอยู่ในคอนเทนต์ที่นำเสนอไปยังกลุ่มเป้าหมายนั่นเอง และต้องบอกว่า การใช้กลยุทธ์ Tie-in ในยุคปัจจุบันนี้ มีช่องทางให้เลือกในการโปรโมทสินค้าได้อย่างมากมาย ซึ่งกลยุทธ์นี้สามารถสร้างการรับรู้ที่ดี อีกทั้งยังดึงดูดความสนใจผู้บริโภคได้อย่างเนียนๆ อีกด้วย จนแทบกลุ่มเป้าหมายอาจจะไม่รู้ตัวกันเลยค่ะ วันนี้เราได้นำไอเดียดีๆ จาก everydaymarketing มาแบ่งปันกันค่ะ สำหรับการ Tie-in ในยุคสังคมออนไลน์แบบนี้ มาให้นักการตลาดได้หยิบเอาไปใช้ได้ ดังนั้นมาดูกันดีกว่าว่า เราจะสามารถ Tie-in อย่างไรได้บ้าง ? 1. Tie-in สื่อแฝงในภาพยนต์ แน่นอนว่าหลายๆ คนคงพบเห็นกันบ่อยๆ กับสื่อแฝงในภาพยนต์ แต่จะทำอย่างไรล่ะให้หนัง หรือภาพยนตร์เรื่องนั้นๆ เกิดภาพจำได้ว่าแบรนด์นี้เป็นแบรนด์ของเรา ยกตัวอย่างเช่น.. การ Tie-in ของภาพยนต์ไทย 'เรื่องอ้ายคนหล่อลวง' ที่โด่งดังมากๆ สิ่งที่เห็นชัดๆ เลยก็คือ จะเห็นแบรนด์ 'ศรีสวัสด...

SEO และ SEM คืออะไร

  ในการทำธุรกิจออนไลน์ การทำเว็บไซต์เป็นสิ่งที่สำคัญ เปรียบเสมือนเป็นหน้าต่างของบ้านเลยทีเดียว และเมื่อเรามีเว็บไซต์เป็นของตัวเองแล้ว สิ่งที่ตามมาก็คือ การโปรโมทเว็บไซต์นั่นเอง ช่องทางการสร้างยอดขายให้เติบโตอย่างรวดเร็วอย่าง Google และใครๆ ก็ต้องการที่ครองอันดับต้นๆ กันทั้งนั้น  สำหรับวันนี้เราจะมาพูดถึง SEO และ SEM กันค่ะ แน่นอนว่าหลายๆ คนต้องคุ้นหูกันอย่างแน่นอน เพราะถือว่าเครื่องมือการตลาดออนไลน์ที่กำลังมาแรง และเป็นที่น่าสนใจมากๆ แต่ 2 อย่างนี้มีความแตกต่างกันอย่างไร นำไปใช้แบบไหน และเหมาะกับธุรกิจของเราหรือไม่ วันนี้เราจะพาทุกคนไปหาคำตอบกันค่ะ  - SEM  ย่อมาจากคำว่า Search Engine Marketing คือ รูปแบบการทำการตลาดบน Search Engine ที่นิยมมากที่สุดก็คือ Google นั่นเอง เป็นการทำในรูปแบบของการจ่ายเงินเพื่อซื้อพื้นที่โฆษณา โดยใช้วิธีการซื้อ keyword คำที่ต้องการให้ค้นหาสินค้าหรือบริการของเรา จะมีการเรียกเก็บเงินตามจำนวนคลิกเว็บไซต์  สำหรับการทำ SEM เห็นผลลัพธ์ได้ในระยะเวลาอันสั้นในการติดอันดับบน Google และเห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน แต่สิ่งที่ตามมาก็คือค่าใช้จ่ายนั่นเ...