ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

อาลีบาบา ทุบสถิติ! กวาดยอดขายมหาศาล 2.8 ล้านล้านบาท จากเทศกาลชอปปิ้ง 11.11

 อาลีบาบา ทุบสถิติ! กวาดยอดขายมหาศาล 2.8 ล้านล้านบาท จากเทศกาลชอปปิ้ง 11.11


Alibaba บริษัทอีคอมเมิร์ซยักษ์ใหญ่ของจีน และที่เพิ่งผ่านไปไม่นานกับเทศกาลชอปปิ้ง 11.11 โดย หยาง กวง รองประธาน อาลีบาบา กรุ๊ป กล่าวว่า “มหกรรมชอปปิ้งระดับโลก 11.11 ในปีนี้ อาลีบาบามียอดขายที่เติบโตอย่างต่อเนื่องและมีคุณภาพ สะท้อนให้เห็นถึงเศรษฐกิจภาคการบริโภคของจีนที่คึกคัก เรายังใช้พลังของ 11.11 มาสนับสนุนการดำเนินงานเพื่อสังคมด้วย จึงทำให้มหกรรม 11.11 ในปีนี้เป็นความสำเร็จที่มีความหมาย และขับเคลื่อนวิสัยทัศน์ในการสร้างอนาคตที่ยั่งยืนของอาลีบาบา”

'Alibaba' ยังได้เปิดเผยว่า ยอดขายรวมจากทุกแพลตฟอร์มในช่วงเทศกาลชอปปิ้งในปีนี้ ได้ทุบสถิติเป็นที่เรียบร้อยแล้ว! ที่รวมกว่า 2.81 ล้านล้านบาท ซึ่งเป็นระดับสูงสุดในประวัติการณ์ ทั้งยังได้ฐานลูกค้า Gen Y - Z เพิ่มมากขึ้นอีกด้วย

Highlight จากมหกรรมชอปปิ้งระดับโลก 11.11 ปี 2564

– มหกรรม 11.11 ของ Alibaba มีแบรนด์เข้าร่วมกว่า 290,000 แบรนด์ ซึ่ง 65% เป็นผู้ผลิตและธุรกิจขนาดกลางและขนาดย่อม รวมถึงแบรนด์ใหม่

– ขณะเดียวกัน สินค้าเกษตรจากชนบทก็มียอดขายแข็งแกร่ง โดยเติบโตขึ้น 20% เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา

– อย่างไรก็ตาม พบว่ามี 78 แบรนด์ ที่ทำยอดขายเพิ่มขึ้นจาก 10 ล้านหยวน (ประมาณ 52 ล้านบาท) ในปีที่แล้ว เป็นมากกว่า 100 ล้านหยวน (ประมาณ 515 ล้านบาท) ในปีนี้ ขณะเดียวกัน ก็มีแบรนด์ที่สามารถทำยอดขายเพิ่มขึ้นจาก 1 ล้านหยวน (ประมาณ 6 ล้านบาท) ในปีที่แล้ว เป็นมากกว่า 10 ล้านหยวน (ประมาณ 52 ล้านบาท) ในปีนี้ทั้งสิ้น 698 แบรนด์

– ลูกค้ากว่า 45% เป็นกลุ่ม Gen Y และ Gen Z โดยเฉพาะกลุ่ม Gen Z พบว่ามีสัดส่วนเพิ่มขึ้นถึง 25% เมื่อเทียบกับปีก่อนหน้า

– มีแบรนด์มากกว่า 1,600 แบรนด์เข้าร่วมแคมเปญหาสมาชิกใหม่ของทีมอลล์ ซึ่งช่วยเพิ่มสมาชิกรายใหม่ให้กับแพลตฟอร์มได้มากกว่า 97 ล้านคน

– มีสินค้าใหม่มากกว่า 1.3 ล้านรายการ จากแบรนด์ต่างประเทศกว่า 29,000 แบรนด์ ที่เข้าร่วมมหกรรมผ่านทีมอลล์ โกลบอล โดยในจำนวนนี้มี 2,800 แบรนด์จากต่างประเทศ ที่เข้าร่วมมหกรรม 11.11 เป็นครั้งแรก

– ระหว่างวันที่ 1 – 10 พ.ย. มีแบรนด์เล็ก 90 แบรนด์ ที่สามารถทำยอดขายรวมเป็นอันดับหนึ่ง ในหมวดย่อยของตนเองได้ต่อเนื่องกันถึง 3 ปีซ้อน และมีแบรนด์เล็ก 275 แบรนด์ ที่ทำยอดขายรวมเพิ่มขึ้น 2 เท่าต่อเนื่องกัน 3 ปีซ้อน

– นอกจากนี้ ระหว่างวันที่ 1 – 10 พ.ย. พบว่ามีพัสดุมากกว่า 1 ล้านชิ้น ถูกจัดส่งโดยหุ่นยนต์ไร้คนขับ Xiaomanlv ราว 350 ตัว ซึ่งมากกว่าจำนวนพัสดุที่ Xiaomanlv จัดส่งในระหว่างเดือน ก.ย. 2563 – ก.ย. 2564 รวมกัน

ที่มา: SEO Winner รับทำ SEO โปรโมทเว็บไซต์ ให้ติดอันดับ Google ติดหน้าแรก Google



ความคิดเห็น

  1. รับทำเว็บไซต์ขอนแก่น
    สร้างโอกาสให้คนรู้จักสินค้าและบริการแบบก้าวกระโดด ด้วยการสร้างเว็บไซต์ที่ Wynnsoft เรามีเว็บไซต์ให้เลือกหลากหลายรูปแบบ เรารับทำเว็บไซต์โรงแรม รับทำเว็บไซต์ขายของ ไปจนถึงเว็บไซต์สำเร็จรูป WordPress ระบบใช้งานง่าย ดีไซน์สวยงามตรงตามความต้องการ ไม่ทิ้งบริการหลังการขาย

    รับออกแบบเว็บไซต์ รับสร้างเว็บไซต์
    สร้างเว็บไซต์ด้วยดีไซน์สวยโดดเด่นในแบบของคุณ รองรับการใช้งานบนมือถือและแท็บเล็ต มีระบบจัดการข้อมูลที่ใช้งานง่าย ไม่ซับซ้อน
    www.wynnsoft-solution.com

    ตอบลบ

แสดงความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

SEO Content เขียนอย่างไร จึงจะติดอันดับ ?

  การเขียน SEO Content จะทำให้บทความของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น จะช่วยให้บทความของคุณติดอันดับบน Google ทำให้มีคนค้นหาเว็บไซต์ และบทความของคุณเจอเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย วันนี้เราจะพามาหาคำตอบกันค่ะ ว่าควรต้องทำอย่างไรบ้าง ? 1. กำหนด Keyword  สำหรับการเขียน SEO Content นั้นต้องมีการกำหนด Keyword ที่เหมาะสมและสอดคล้องกับบทความที่เราเขียน โดยต้องวิเคราะห์ก่อนว่ากลุ่มเป้าหมายที่จะมาอ่านบทความของเราเป็นใคร และเขาจะใช้ Keyword อะไรในการค้นหา และอย่าลืมว่า Keyword มี่เราเลือกใช้ต้องมีปริมาณการค้นหา (Search Volume) ประมาณหนึ่งด้วย ยกตัวอย่างง่ายๆ ก่อนอื่นเราต้องดูว่าประเด็นที่เราจะเขียนนั้นคืออะไร เราสามารถนำประเด็นนั้นมาเป็น Keyword ตั้งต้นได้ เช่น การตลาดวันละตอนจะเขียนเรื่อง กลยุทธ์ในการทำการตลาดออนไลน์ Keyword ที่เหมาะสมก็คือ กลยุทธ์การตลาด หรือ กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ เป็นต้น 2. ใส่ Keyword ให้ถูกตำแหน่ง การใส่ Keyword ควรแทรกให้กระจายอยู่ในส่วนต่างๆ ของบทความ แต่ต้องไม่มากจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้ Google มองว่าเว็บไซต์ของเราเป็นพวกสแปมคีย์เวิร์ดได้  ปกติแล้ว SEO Content จะมีความยาว...

กลยุทธ์ Tie-in แบรนด์อย่างไร ? ให้เจาะกลุ่มเป้าหมายได้แบบเนียนๆ

กลยุทธ์ Tie-in เป็นหนึ่งในวิธีการสร้างการรับรู้แบรนด์ เพื่อสื่อสารการตลาดกับ 'ลูกค้า' โดยเป็นที่รู้จักและใช้มานานอย่างแพร่หลายแล้ว โดยวิธียอดฮิตก็คือ การนำผลิตภัณฑ์ บริการ หรือโลโก้แบรนด์ เข้าไปอยู่ในคอนเทนต์ที่นำเสนอไปยังกลุ่มเป้าหมายนั่นเอง และต้องบอกว่า การใช้กลยุทธ์ Tie-in ในยุคปัจจุบันนี้ มีช่องทางให้เลือกในการโปรโมทสินค้าได้อย่างมากมาย ซึ่งกลยุทธ์นี้สามารถสร้างการรับรู้ที่ดี อีกทั้งยังดึงดูดความสนใจผู้บริโภคได้อย่างเนียนๆ อีกด้วย จนแทบกลุ่มเป้าหมายอาจจะไม่รู้ตัวกันเลยค่ะ วันนี้เราได้นำไอเดียดีๆ จาก everydaymarketing มาแบ่งปันกันค่ะ สำหรับการ Tie-in ในยุคสังคมออนไลน์แบบนี้ มาให้นักการตลาดได้หยิบเอาไปใช้ได้ ดังนั้นมาดูกันดีกว่าว่า เราจะสามารถ Tie-in อย่างไรได้บ้าง ? 1. Tie-in สื่อแฝงในภาพยนต์ แน่นอนว่าหลายๆ คนคงพบเห็นกันบ่อยๆ กับสื่อแฝงในภาพยนต์ แต่จะทำอย่างไรล่ะให้หนัง หรือภาพยนตร์เรื่องนั้นๆ เกิดภาพจำได้ว่าแบรนด์นี้เป็นแบรนด์ของเรา ยกตัวอย่างเช่น.. การ Tie-in ของภาพยนต์ไทย 'เรื่องอ้ายคนหล่อลวง' ที่โด่งดังมากๆ สิ่งที่เห็นชัดๆ เลยก็คือ จะเห็นแบรนด์ 'ศรีสวัสด...

SEO และ SEM คืออะไร

  ในการทำธุรกิจออนไลน์ การทำเว็บไซต์เป็นสิ่งที่สำคัญ เปรียบเสมือนเป็นหน้าต่างของบ้านเลยทีเดียว และเมื่อเรามีเว็บไซต์เป็นของตัวเองแล้ว สิ่งที่ตามมาก็คือ การโปรโมทเว็บไซต์นั่นเอง ช่องทางการสร้างยอดขายให้เติบโตอย่างรวดเร็วอย่าง Google และใครๆ ก็ต้องการที่ครองอันดับต้นๆ กันทั้งนั้น  สำหรับวันนี้เราจะมาพูดถึง SEO และ SEM กันค่ะ แน่นอนว่าหลายๆ คนต้องคุ้นหูกันอย่างแน่นอน เพราะถือว่าเครื่องมือการตลาดออนไลน์ที่กำลังมาแรง และเป็นที่น่าสนใจมากๆ แต่ 2 อย่างนี้มีความแตกต่างกันอย่างไร นำไปใช้แบบไหน และเหมาะกับธุรกิจของเราหรือไม่ วันนี้เราจะพาทุกคนไปหาคำตอบกันค่ะ  - SEM  ย่อมาจากคำว่า Search Engine Marketing คือ รูปแบบการทำการตลาดบน Search Engine ที่นิยมมากที่สุดก็คือ Google นั่นเอง เป็นการทำในรูปแบบของการจ่ายเงินเพื่อซื้อพื้นที่โฆษณา โดยใช้วิธีการซื้อ keyword คำที่ต้องการให้ค้นหาสินค้าหรือบริการของเรา จะมีการเรียกเก็บเงินตามจำนวนคลิกเว็บไซต์  สำหรับการทำ SEM เห็นผลลัพธ์ได้ในระยะเวลาอันสั้นในการติดอันดับบน Google และเห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน แต่สิ่งที่ตามมาก็คือค่าใช้จ่ายนั่นเ...