ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

SEO ยุคใหม่ - ปรับ Keyword อย่างเดียวเอาไม่อยู่



SEO ยุคใหม่ - ปรับ Keyword อย่างเดียวเอาไม่อยู่

สำหรับการทำ SEO หรือ Search Engine Optimization ในแต่ละยุคนั้นเรียกว่าแทบจะไม่มีสูตรตายตัว เพราะว่าแต่ละธุรกิจ แต่ละแบรนด์ มีการใช้ SEO ที่ไม่เหมือนกัน แต่สิ่งที่แน่นอนก็คือ SEO ต้องเปลี่ยนไปตามพฤติกรรมผู้บริโภค หรือกลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการจะสื่อสาร ดังนั้นเราไม่สามารถทำ SEO กลยุทธิ์เดิมได้ตลอดไป

แต่การทำ SEO บางทีก็ไม่ได้ขึ้นอยู่กับแค่ keyword ที่เราใช้ค้นหาอย่างเดียวเท่านั้น โดยสิ่งที่นักวิเคราะห์แนะนำเทคนิคการทำ SEO ให้เป็นลูกรัก Google มีอยู่ 3 ทริคง่ายๆ ไปดูกันเลย

- โฟกัสที่การทำ ROI เป็นหลัก

สำหรับ SEO ในยุคนี้การให้ความสำคัญกับ traffic หรือความถี่ของการเข้าชมสินค้ากลายเป็นสิ่งล้าหลังไปแล้ว เพราะการที่ลูกค้า หรือกลุ่มผู้บริโภคจะเข้าเยี่ยมชมเรา+อยๆ ไม่สามารถตัดสินได้ว่าสินค้าเราจะถูกซื้อนั่นเอง

ดังนั้น การลงทุนทำ SEO เพื่อเพิ่มปริมาณการเยี่ยมชม จึงเป็นเทคนิคที่น่าสนใจอย่างมาก ธุรกิจส่วนใหญ่ให้ความสำคัญกับ 'Landing page คือ หน้าที่คนคลิกเข้ามาแล้วเห็นเรา เห็นแบรนด์เราตั้งแต่แรกเพื่อให้เกิดความประทับใจ แต่น้อยมากที่จะนึกถึงการสร้าง Conversation การทำให้เกิดการพูดคุย พูดต่อปากต่อปาก

จึงเป็นเหตุผลว่า ทำไมธุรกิจนักการตลาดถึงหันมาให้ความสำคัญกับ Return on Investment (ROI) การวัดผลตอบแทนจากการลงทุน เพราะนอกจากจะยั่งยืนกว่า, เกิดการพูดต่อ, เกิดความประทับใจ ยังทำให้เราได้ข้อมูลลูกค้าสำหรับการวิเคราะห์ต่อมากขึ้นอีกด้วย

- ใช้ first-party data แทน keyword

บทความนี้ไม่ได้บอกว่าคำค้นหา หรือ keyword ต่างๆ ไม่มีประโยชน์อีกต่อไป เพียงแต่นักการตลาดทั้งหลาย เราสามารถจัดการ keyword ที่เยอะๆ ได้ด้วยการแทนที่ข้อมูล first-party นั่นเอง ซึ่งก็คือ ข้อมูลที่เรามีความเป็นเจ้าของ เพราะเราเป็นผู้เก็บรวบรวมเองจากกลุ่มผู้ใช้ หรือลูกค้าของเราเองโดยตรง ดังนั้น เราเองจะรู้ดีที่สุดว่าสื่อสารแบบไหนถึงจะเข้าถึงกลุ่มเป้าหมายเราได้โดยตรง เราก็สามารถหยิบข้อมูล first-party มาใช้ได้เลย

ยกตัวอย่างเช่น บทความแนะนำวิธีการดัดฟัน สำหรับ keyword จากที่เราอาจจะใช้คำว่า 'Invisalign' (การจัดฟันแบบใส) โดยเราสามารถแทนที่ด้วยคำง่ายๆ แค่ 'การจัดฟัน' หรือ 'ชื่อคลินิกที่เป็นลูกค้าเรา' เป็นต้น

- จัดลำดับความสำคัญในการรักษา (ลูกค้าเก่า)

การหาลูกค้าใหม่มักจะมีค่าใช้จ่ายเพิ่มเสมอ ซึ่ง SEO ที่ดีไม่ใช่แค่การดึงดูดกลุ่มคนใหม่ๆ เข้ามา แต่ต้องทำให้ลูกค้าเดิมอยู่กับเราให้ได้ อิทธิพลของ SEO ที่ดีในยุคนี้ ก็คือ การทำให้ทั้งกลุ่มเป้าหมายใหม่ และกลุ่มเป้าหมายเดิมมีการค้นหาอยู่ตลอดเวลา ดังนั้น นอกจากการดีไซน์หน้าเว็บไซต์ที่ดีแล้ว การพร้อมรับฟังลูกค้าอยู่เสมอยังเป็นหนึ่งในกลยุทธ์ที่ต้องทำ ไม่ว่าจะอยู่ในยุคไหนก็ตาม




ที่มา:,SEO WINNER



ความคิดเห็น

  1. หางาน เพชรบุรี BESTJOBTH เป็นบริษัทจัดหางานลำดับต้นๆ บริหารงานด้วยความรวดเร็ว แต่ถูกต้องและแม่นยำ เว็บไซต์เราได้รวบรวมงานที่หลากหลาย ครบทุกตำแหน่งงาน ตำแหน่งงานใหม่ สำหรับผู้ต้องการหางาน สมัครงาน สมัครงานบริษัท เรามีงานทุกสายอาชีพ งานจากบริษัทชั้นนำที่รับสมัครงานทั้งงานในประเทศและงานต่างประเทศ ทีมงานอัปเดทตำแหน่งใหม่ทุกวัน นับได้ว่าเป็นเว็บหางานที่ครบครัน พร้อมเสิร์ฟงานหลากหลายตำแหน่ง สำหรับผู้ที่ต้องการหางานพาร์มไทม์ และงาน Full-time

    ตอบลบ
  2. หางาน ตรัง BESTJOBTH เป็นบริษัทจัดหางานลำดับต้นๆ บริหารงานด้วยความรวดเร็ว แต่ถูกต้องและแม่นยำ เว็บไซต์เราได้รวบรวมงานที่หลากหลาย ครบทุกตำแหน่งงาน ตำแหน่งงานใหม่ สำหรับผู้ต้องการหางาน สมัครงาน สมัครงานบริษัท เรามีงานทุกสายอาชีพ งานจากบริษัทชั้นนำที่รับสมัครงานทั้งงานในประเทศและงานต่างประเทศ ทีมงานอัปเดทตำแหน่งใหม่ทุกวัน นับได้ว่าเป็นเว็บหางานที่ครบครัน พร้อมเสิร์ฟงานหลากหลายตำแหน่ง สำหรับผู้ที่ต้องการหางานพาร์มไทม์ และงาน Full-time

    ตอบลบ

แสดงความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

SEO Content เขียนอย่างไร จึงจะติดอันดับ ?

  การเขียน SEO Content จะทำให้บทความของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น จะช่วยให้บทความของคุณติดอันดับบน Google ทำให้มีคนค้นหาเว็บไซต์ และบทความของคุณเจอเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย วันนี้เราจะพามาหาคำตอบกันค่ะ ว่าควรต้องทำอย่างไรบ้าง ? 1. กำหนด Keyword  สำหรับการเขียน SEO Content นั้นต้องมีการกำหนด Keyword ที่เหมาะสมและสอดคล้องกับบทความที่เราเขียน โดยต้องวิเคราะห์ก่อนว่ากลุ่มเป้าหมายที่จะมาอ่านบทความของเราเป็นใคร และเขาจะใช้ Keyword อะไรในการค้นหา และอย่าลืมว่า Keyword มี่เราเลือกใช้ต้องมีปริมาณการค้นหา (Search Volume) ประมาณหนึ่งด้วย ยกตัวอย่างง่ายๆ ก่อนอื่นเราต้องดูว่าประเด็นที่เราจะเขียนนั้นคืออะไร เราสามารถนำประเด็นนั้นมาเป็น Keyword ตั้งต้นได้ เช่น การตลาดวันละตอนจะเขียนเรื่อง กลยุทธ์ในการทำการตลาดออนไลน์ Keyword ที่เหมาะสมก็คือ กลยุทธ์การตลาด หรือ กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ เป็นต้น 2. ใส่ Keyword ให้ถูกตำแหน่ง การใส่ Keyword ควรแทรกให้กระจายอยู่ในส่วนต่างๆ ของบทความ แต่ต้องไม่มากจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้ Google มองว่าเว็บไซต์ของเราเป็นพวกสแปมคีย์เวิร์ดได้  ปกติแล้ว SEO Content จะมีความยาว...

กลยุทธ์ Tie-in แบรนด์อย่างไร ? ให้เจาะกลุ่มเป้าหมายได้แบบเนียนๆ

กลยุทธ์ Tie-in เป็นหนึ่งในวิธีการสร้างการรับรู้แบรนด์ เพื่อสื่อสารการตลาดกับ 'ลูกค้า' โดยเป็นที่รู้จักและใช้มานานอย่างแพร่หลายแล้ว โดยวิธียอดฮิตก็คือ การนำผลิตภัณฑ์ บริการ หรือโลโก้แบรนด์ เข้าไปอยู่ในคอนเทนต์ที่นำเสนอไปยังกลุ่มเป้าหมายนั่นเอง และต้องบอกว่า การใช้กลยุทธ์ Tie-in ในยุคปัจจุบันนี้ มีช่องทางให้เลือกในการโปรโมทสินค้าได้อย่างมากมาย ซึ่งกลยุทธ์นี้สามารถสร้างการรับรู้ที่ดี อีกทั้งยังดึงดูดความสนใจผู้บริโภคได้อย่างเนียนๆ อีกด้วย จนแทบกลุ่มเป้าหมายอาจจะไม่รู้ตัวกันเลยค่ะ วันนี้เราได้นำไอเดียดีๆ จาก everydaymarketing มาแบ่งปันกันค่ะ สำหรับการ Tie-in ในยุคสังคมออนไลน์แบบนี้ มาให้นักการตลาดได้หยิบเอาไปใช้ได้ ดังนั้นมาดูกันดีกว่าว่า เราจะสามารถ Tie-in อย่างไรได้บ้าง ? 1. Tie-in สื่อแฝงในภาพยนต์ แน่นอนว่าหลายๆ คนคงพบเห็นกันบ่อยๆ กับสื่อแฝงในภาพยนต์ แต่จะทำอย่างไรล่ะให้หนัง หรือภาพยนตร์เรื่องนั้นๆ เกิดภาพจำได้ว่าแบรนด์นี้เป็นแบรนด์ของเรา ยกตัวอย่างเช่น.. การ Tie-in ของภาพยนต์ไทย 'เรื่องอ้ายคนหล่อลวง' ที่โด่งดังมากๆ สิ่งที่เห็นชัดๆ เลยก็คือ จะเห็นแบรนด์ 'ศรีสวัสด...

SEO และ SEM คืออะไร

  ในการทำธุรกิจออนไลน์ การทำเว็บไซต์เป็นสิ่งที่สำคัญ เปรียบเสมือนเป็นหน้าต่างของบ้านเลยทีเดียว และเมื่อเรามีเว็บไซต์เป็นของตัวเองแล้ว สิ่งที่ตามมาก็คือ การโปรโมทเว็บไซต์นั่นเอง ช่องทางการสร้างยอดขายให้เติบโตอย่างรวดเร็วอย่าง Google และใครๆ ก็ต้องการที่ครองอันดับต้นๆ กันทั้งนั้น  สำหรับวันนี้เราจะมาพูดถึง SEO และ SEM กันค่ะ แน่นอนว่าหลายๆ คนต้องคุ้นหูกันอย่างแน่นอน เพราะถือว่าเครื่องมือการตลาดออนไลน์ที่กำลังมาแรง และเป็นที่น่าสนใจมากๆ แต่ 2 อย่างนี้มีความแตกต่างกันอย่างไร นำไปใช้แบบไหน และเหมาะกับธุรกิจของเราหรือไม่ วันนี้เราจะพาทุกคนไปหาคำตอบกันค่ะ  - SEM  ย่อมาจากคำว่า Search Engine Marketing คือ รูปแบบการทำการตลาดบน Search Engine ที่นิยมมากที่สุดก็คือ Google นั่นเอง เป็นการทำในรูปแบบของการจ่ายเงินเพื่อซื้อพื้นที่โฆษณา โดยใช้วิธีการซื้อ keyword คำที่ต้องการให้ค้นหาสินค้าหรือบริการของเรา จะมีการเรียกเก็บเงินตามจำนวนคลิกเว็บไซต์  สำหรับการทำ SEM เห็นผลลัพธ์ได้ในระยะเวลาอันสั้นในการติดอันดับบน Google และเห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน แต่สิ่งที่ตามมาก็คือค่าใช้จ่ายนั่นเ...