ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

Logo Design ที่แบรนด์ระดับโลกใช้กัน!

Logo Design ที่แบรนด์ระดับโลกใช้กัน!



ถ้าอยากเป็นที่จดจำ เราต้องมีตัวตน และต้องให้คนเห็น เช่นเดียวกับแบรนด์ องค์กร หรือธุรกิจ แต่ก่อนที่คนจะสัมผัสแบรนด์ สิ่งที่พอจะบอกลูกค้าได้ถึงตัวตนของแบรนด์นั้นก็คือ Logo นั่นเอง การออกแบบโลโก้ หรือตราสินค้า ถือเป็นการออกแบบที่สำคัญมากที่สุดสำหรับการออกแบบแบรนด์ เพราะโลโก้หรือตราสินค้าจะมีส่งผลต่อการรับรู้แบรนด์ (Brand Awareness) และการจดจำแบรนด์ของลูกค้า

โลโก้ ไม่ได้เป็นสิ่งที่ must have แต่ always good to have เพราะ...
เป็นเสมือนตัวแทนที่สร้างความประทับใจของแบรนด์/ธุรกิจ
บ่งบอกตัวตน
แตกต่างจากคู่แข่ง
สร้างลูกค้าที่ภักดีกับแบรนด์
มีความเป็นมืออาชีพ
เป็นที่จดจำได้ง่ายขึ้น

สำหรับคนที่กำลังอยู่ระหว่างการสร้างแบรนด์ หรือการออกแบบ Brand วันนี้เราจะนำหลักการออกแบบโลโก้ ที่เป็นมาตรฐานสากลระดับแบรนด์ดังๆ มากฝากกันค่ะ

1. โลโก้ตัวย่อ (Lettermark Logo)


เป็นลักษณะโลโก้ที่เป็นรูปตัวอักษรที่ย่อจากชื่อเต็มๆ ให้เหลือตัวอักษรแค่ไม่กี่ตัว โดยอาจจะมีการออกแบบลักษณะอักษรพิเศษ หรือใส่องค์ประกอบที่ทำให้ตัวอักษรนั้นโดดเด่น แตกต่างจากตัวอักษรทั่ว ๆ ไป เช่น โลโก้ของ สวทช , GTH, Louis Vuitton, BBC NEWS เป็นต้น

2.โลโก้ตัวอักษร (Wordmark Logo)


เป็นโลโก้ที่เน้นการใช้ตัวอักษรเหมือนแบบแรก ต่างกันที่ไม่ใช้เป็นชื่อย่อ แต่นำมาออกแบบเรียงเป็นชื่อแบรนด์เลย การออกแบบลักษณะนี้มีวิธีสร้างการจดจำโดยเลือกรูปแบบของฟ้อนต์ หรือตัวอักษรที่นำมาใช้ ที่นอกจากจะโดดเด่นเป็นเอกลักษณ์แล้ว ต้องเลือกแบบตัวอักษรที่สะท้อนภาพลักษณ์ บุคลิกภาพของแบรนด์ด้วย

ยกตัวอย่างเช่นแบรนด์ Dior เลือกใช้ฟ้อนต์ที่คลาสสิค สะท้อนความหรูหรายาวนานข้ามกาลเวลา หรือแบรนด์ Google ที่เลือกใช้ฟ้อนต์สนุกสนานหลากสีสันสะท้อนถึงความแตกต่างหลากหลายของข้อมูลมหาศาลจากทั่วโลกที่มารวมในแพลตฟอร์มเดียวกัน เป็นทั้งสีสัน และสาระให้กับผู้ใช้ เป็นต้น

3. โลโก้แบบสัญลักษณ์และกราฟิก (Pictorial Mark / Symbol)


เป็นโลโก้ที่เกิดจากการเอารูปภาพที่เราคุ้นตาอยู่แล้วมาออกแบบใหม่ให้เป็นรูปสัญลักษณ์ หรือไอคอนที่จดจำได้ง่ายขึ้น เมื่อเห็นครั้งแรกจะสามารถนึกออกได้ทันทีว่าคือรูปอะไร เช่น Apple, Twitter, Playboy หรือ Foodpanda

4. Logo Design แบบโลโก้เชิงสัญลักษณ์ (Abstract Logo Mark)


โลโก้ประเภทนี้จะเป็นภาพสมมุติที่เกิดจากการเอารูปทรงเรขาคณิตต่างๆ เช่น วงกลม สี่เหลี่ยม สามเหลี่ยม ฯลฯ นำมาออกแบบให้เกิดเป็นสัญลักษณ์รูปทรงใหม่ที่แปลกตา หรือ เป็นรูปทรงนามธรรม โดยที่ไม่จำเป็นต้องออกแบบให้คนดูออกหรือเข้าใจในครั้งแรกที่เห็นก็ได้

แต่หลักสำคัญของ Logo Design ประเภทนี้ก็คือ การคุม Mood&Tone ของการออกแบบ ต้องสามารถสื่อสารตัวตน หรือ บุคลิกภาพของแบรนด์ได้ชัดเจน

ยกตัวอย่างเช่น Nike ที่เป็นรูปคล้ายการตวัดสิ่งของหรือวัตถุเร็วๆ ผ่านอากาศไป ซึ่งสื่อถึงจุดเด่นแบรนด์ Nike ที่เป็นรองเท้ากีฬาได้อย่างดีเลย คือเน้นการเคลื่อนที่รวดเร็วว่องไว

5.มาสคอต (Mascot)


เป็นการออกแบบโลโก้เป็นรูปคนหรือตัวการ์ตูนที่สื่อถึงผู้ก่อตั้งบริษัท เช่น KFC, เถ้าแก่น้อย เป็นต้น หรือบางทีมาสคอตก็อาจจะเป็นรูปตัวการ์ตูนที่สื่อถึงจุดเด่นของแบรนด์หรือเป็นสัญลักษณ์ของแบรนด์ก็ได้เหมือนกัน ซึ่งการออกแบบลักษณะนี้จะช่วยสร้างการจดจำได้ดี ต่อให้คนจำชื่อแบรนด์ไม่ได้แต่ก็จะจำรูปมาสคอตได้

6.โลโก้ภาพและตัวอักษร (Combination Mark)


เป็นการผสมผสานรวมกันระหว่างตัวอักษร และรูปภาพในโลโก้เดียวกัน อาจจะจัดวางไว้ข้างๆ กัน หรือบนกับล่าง หรือรวมผสานกันเป็นหนึ่งเดียวกันเลยก็ได้ เช่น Puma, COACH, Burger King หรือ DUNKIN DONUTS ซึ่งรูปภาพที่นำมาประกอบโลโก้ตัวอักษรจะสื่อถึงได้หลายอย่าง อาทิ สื่อถึงสินค้าที่แบรนด์ขายเช่นแก้วกาแฟในโลโก้เก่าของแบรนด์ Dunkin’ Donuts ที่ต้องการให้รู้ว่าขายกาแฟ และโดนัท

ซึ่งตอนนี้ Dunkin’ เองก็มีการรีแบรนด์ปรับโลโก้ใหม่ให้ทันสมัย และขยายไลน์สินค้าโดยได้ตัดแก้วกาแฟ ตัดคำว่า Donuts ออกไป และลดตัวหนังสือลงให้เหลือเป็นแบบ Lettermark เหลือตัวอักษรแค่ 4 ตัว คือ DUNKIN’

ในขณะที่บางแบรนด์มีการลดทอนเอารูปภาพประกอบโลโก้ออกเพื่อขยายธุรกิจ และขยายตลาด บางแบรนด์ก็ยังคงรักษารูปแบบโลโก้แนวผสมผสานนี้ไว้อย่างเหนียวแน่นเพราะรูปภาพนั้นมีอิทธิพล สร้างการจดจำได้ดีกว่าชื่อแบรนด์เสียอีก อย่างเช่นแบรนด์ PUMA ที่ไม่ว่าอย่างไรก็ต้องมีเจ้าเสือพูม่าอยู่ในโลโก้ เป็นต้น

7. ตรา ( Emblem Logo Design )


เป็นโลโก้แบบตราสัญลักษณ์ที่ทุกองค์ประกอบ ไม่ว่าจะเป็นตัวหนังสือ รูปทรงต่าง ๆ อยู่ในกรอบเป็นกลุ่มก้อนเดียวกัน ลักษณะกรอบรอบนอกมีทั้งแบบที่เป็นกรอบสี่เหลี่ยม วงกลม โล่ หรือรูปทรงอื่น ๆ

ยกตัวอย่างเช่น โลโก้ของ Starbucks, Harley Davidson, แม่ประนอม, BMW เป็นต้น การออกแบบโลโก้แบบ Emblem หรือตราสัญลักษณ์มักถูกนำมาใช้ในการ
ออกแบบโลโก้สถาบันต่าง ๆ อาทิ โรงเรียน, มหาวิทยาลัย, องค์กรทางสังคม, และหน่วยงานของรัฐ


ที่มา: SEO WINNER 

ความคิดเห็น

  1. หางาน เพชรบุรี เราได้รวบรวมงานทุกสายอาชีพ ซึ่งเป็นงานจากบริษัทชั้นนำที่กำลังเปิดรับสมัคร ทั้งงานในประเทศและงานต่างประเทศ ทีมงานของเราอัปเดทตำแหน่งใหม่ทุกวัน นับได้ว่าเป็นบริษัทหางานที่ครบครัน พร้อมเสิร์ฟตำแหน่งงานใหม่ๆ ทั้งงานพาร์มไทม์ และงาน Full-time

    ตอบลบ
  2. รับทำเว็บไซต์ ลำปาง เว็บไซต์คือตัวแทนธุรกิจ ที่นำเสนอสินค้าและบริการให้เป็นที่รู้จักได้ตลอด 24 ชั่วโมง บริการ รับทำเว็บไซต์ รองรับการใช้งานบนมือถือ แท็บเล็ต พีซี บริการ รับทำเว็บไซต์ ราคาถูก ค้นหาง่าย

    ตอบลบ

แสดงความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

SEO Content เขียนอย่างไร จึงจะติดอันดับ ?

  การเขียน SEO Content จะทำให้บทความของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น จะช่วยให้บทความของคุณติดอันดับบน Google ทำให้มีคนค้นหาเว็บไซต์ และบทความของคุณเจอเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย วันนี้เราจะพามาหาคำตอบกันค่ะ ว่าควรต้องทำอย่างไรบ้าง ? 1. กำหนด Keyword  สำหรับการเขียน SEO Content นั้นต้องมีการกำหนด Keyword ที่เหมาะสมและสอดคล้องกับบทความที่เราเขียน โดยต้องวิเคราะห์ก่อนว่ากลุ่มเป้าหมายที่จะมาอ่านบทความของเราเป็นใคร และเขาจะใช้ Keyword อะไรในการค้นหา และอย่าลืมว่า Keyword มี่เราเลือกใช้ต้องมีปริมาณการค้นหา (Search Volume) ประมาณหนึ่งด้วย ยกตัวอย่างง่ายๆ ก่อนอื่นเราต้องดูว่าประเด็นที่เราจะเขียนนั้นคืออะไร เราสามารถนำประเด็นนั้นมาเป็น Keyword ตั้งต้นได้ เช่น การตลาดวันละตอนจะเขียนเรื่อง กลยุทธ์ในการทำการตลาดออนไลน์ Keyword ที่เหมาะสมก็คือ กลยุทธ์การตลาด หรือ กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ เป็นต้น 2. ใส่ Keyword ให้ถูกตำแหน่ง การใส่ Keyword ควรแทรกให้กระจายอยู่ในส่วนต่างๆ ของบทความ แต่ต้องไม่มากจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้ Google มองว่าเว็บไซต์ของเราเป็นพวกสแปมคีย์เวิร์ดได้  ปกติแล้ว SEO Content จะมีความยาว...

กลยุทธ์ Tie-in แบรนด์อย่างไร ? ให้เจาะกลุ่มเป้าหมายได้แบบเนียนๆ

กลยุทธ์ Tie-in เป็นหนึ่งในวิธีการสร้างการรับรู้แบรนด์ เพื่อสื่อสารการตลาดกับ 'ลูกค้า' โดยเป็นที่รู้จักและใช้มานานอย่างแพร่หลายแล้ว โดยวิธียอดฮิตก็คือ การนำผลิตภัณฑ์ บริการ หรือโลโก้แบรนด์ เข้าไปอยู่ในคอนเทนต์ที่นำเสนอไปยังกลุ่มเป้าหมายนั่นเอง และต้องบอกว่า การใช้กลยุทธ์ Tie-in ในยุคปัจจุบันนี้ มีช่องทางให้เลือกในการโปรโมทสินค้าได้อย่างมากมาย ซึ่งกลยุทธ์นี้สามารถสร้างการรับรู้ที่ดี อีกทั้งยังดึงดูดความสนใจผู้บริโภคได้อย่างเนียนๆ อีกด้วย จนแทบกลุ่มเป้าหมายอาจจะไม่รู้ตัวกันเลยค่ะ วันนี้เราได้นำไอเดียดีๆ จาก everydaymarketing มาแบ่งปันกันค่ะ สำหรับการ Tie-in ในยุคสังคมออนไลน์แบบนี้ มาให้นักการตลาดได้หยิบเอาไปใช้ได้ ดังนั้นมาดูกันดีกว่าว่า เราจะสามารถ Tie-in อย่างไรได้บ้าง ? 1. Tie-in สื่อแฝงในภาพยนต์ แน่นอนว่าหลายๆ คนคงพบเห็นกันบ่อยๆ กับสื่อแฝงในภาพยนต์ แต่จะทำอย่างไรล่ะให้หนัง หรือภาพยนตร์เรื่องนั้นๆ เกิดภาพจำได้ว่าแบรนด์นี้เป็นแบรนด์ของเรา ยกตัวอย่างเช่น.. การ Tie-in ของภาพยนต์ไทย 'เรื่องอ้ายคนหล่อลวง' ที่โด่งดังมากๆ สิ่งที่เห็นชัดๆ เลยก็คือ จะเห็นแบรนด์ 'ศรีสวัสด...

SEO และ SEM คืออะไร

  ในการทำธุรกิจออนไลน์ การทำเว็บไซต์เป็นสิ่งที่สำคัญ เปรียบเสมือนเป็นหน้าต่างของบ้านเลยทีเดียว และเมื่อเรามีเว็บไซต์เป็นของตัวเองแล้ว สิ่งที่ตามมาก็คือ การโปรโมทเว็บไซต์นั่นเอง ช่องทางการสร้างยอดขายให้เติบโตอย่างรวดเร็วอย่าง Google และใครๆ ก็ต้องการที่ครองอันดับต้นๆ กันทั้งนั้น  สำหรับวันนี้เราจะมาพูดถึง SEO และ SEM กันค่ะ แน่นอนว่าหลายๆ คนต้องคุ้นหูกันอย่างแน่นอน เพราะถือว่าเครื่องมือการตลาดออนไลน์ที่กำลังมาแรง และเป็นที่น่าสนใจมากๆ แต่ 2 อย่างนี้มีความแตกต่างกันอย่างไร นำไปใช้แบบไหน และเหมาะกับธุรกิจของเราหรือไม่ วันนี้เราจะพาทุกคนไปหาคำตอบกันค่ะ  - SEM  ย่อมาจากคำว่า Search Engine Marketing คือ รูปแบบการทำการตลาดบน Search Engine ที่นิยมมากที่สุดก็คือ Google นั่นเอง เป็นการทำในรูปแบบของการจ่ายเงินเพื่อซื้อพื้นที่โฆษณา โดยใช้วิธีการซื้อ keyword คำที่ต้องการให้ค้นหาสินค้าหรือบริการของเรา จะมีการเรียกเก็บเงินตามจำนวนคลิกเว็บไซต์  สำหรับการทำ SEM เห็นผลลัพธ์ได้ในระยะเวลาอันสั้นในการติดอันดับบน Google และเห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน แต่สิ่งที่ตามมาก็คือค่าใช้จ่ายนั่นเ...