ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส - ยกหน้าร้านมาขายบนออนไลน์

พลิกวิกฤตให้เป็นโอกาส - ยกหน้าร้านมาขายบนออนไลน์

ตั้งแต่มีโรคระบาดโควิด-19 ทำให้ส่งผลกระทบกับหลายๆ ธุรกิจอย่างมาก ธุรกิจร้านอาหารเป็นหนึ่งในนั้น เป็นการได้รับผลกระทบที่ธุรกิจหลีกเลี่ยงไม่ได้ ร้านอาหารหลายๆ ร้านจึงต้องทำการวางแผนการตลาดใหม่หมด ปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ให้ได้มากที่สุด เพื่อพยุงให้ธุรกิจของตัวเองนั้นอยู่รอดต่อได้ในสภาวะนี้ ซึ่งการขายแบบซื้อกลับบ้านในเวลานี้ก็อาจจะไม่ได้ขายดีเหมือนช่วงสถานการณ์ปกติ เพราะคนส่วนใหญ่ไม่ออกจากบ้านไปไหนกัน แล้วหันไปสั่งอาหารบนแพลตฟอร์มออนไลน์แทน มาดูกันว่าการย้ายธุรกิจจากหน้าร้านไปยังบนออนไลน์แทน จะทำกันอย่างไร ?

- วางกลยุทธ์ในการขายให้แตกต่าง

การขายอาหารออนไลน์นั้นมีข้อดีคือ ร้านอาหารไม่ว่าจะเป็นร้านอาหารเล็กๆ ไปจนถึงร้านอาหารใหญ่ๆ ในห้าง สามารถแข่งขันกันได้สบาย เพราะคนสั่งซื้อไม่ได้เลือกกินอาหารจากการตกแต่งร้านที่น่าดึงดูด หรือบริการในร้านที่ดี แต่จะเลือกสั่งอาหารที่มีหน้าตาของอาหารที่น่ากิน เมนูอาหารที่เลือกกินได้ง่าย และโปรโมชั่นเป็นหลัก

- ภาพอาหาร

อีกส่วนสำคัญที่ขาดไม่ได้นั่นคือหน้าตาของอาหาร แม้ว่าอาหารที่ร้านของคุณจะอร่อยแค่ไหน แต่ถ้าไม่มีการจัดตกแต่งให้น่าดึงดูดความสนใจก็ทำให้เสียลูกค้าไปได้ ดังนั้นการถ่ายภาพอาหารที่ได้รับการตกแต่งให้น่ากินจึงเป็นสิ่งหนึ่งที่ช่วยดึงให้ลูกค้ารู้สึกอยากกดสั่งซื้ออาหารจากร้านของคุณมากขึ้น


- ออกแบบเมนูอาหารใหม่ให้เหมาะสม

สำหรับร้านอาหารที่ขายเมนูอาหารแยกเป็นปกติ เมื่อเข้าสู่การขายบนออนไลน์แล้วการจัดเซตอาหารมักจะดึงดูดให้คนอยากกดซื้อมากกว่า เช่น กับข้าว 1 อย่างรวมกับแกง 1 อย่าง หรือซื้ออาหารแบบ 1 แถม 1 ในราคาที่ลูกค้าซื้อแล้วรู้สึกคุ้มค่า

- เลือกภาชนะบรรจุอาหารที่เหมาะสม

นอกจากหน้าตาที่สวยงามของภาพถ่ายอาหารแล้ว การส่งอาหารที่หน้าตาเหมือนกับในรูปจะช่วยให้ลูกค้ารู้สึกดีกับร้านอาหารของคุณมากขึ้น จึงควรเลือกภาชนะบรรจุอาหารให้ยังคงรักษาการตกแต่งอาหาร ความร้อนหรือความเย็น ลูกค้าเปิดกล่องออกมาแล้วพร้อมทานได้เลย และอาหารในกล่องยังคงความน่าทานอยู่

- จัดการออเดอร์ที่รวดเร็ว

เมื่อร้านเปิดบนออนไลน์แล้วในแต่ละวันจะมีออเดอร์อาหารเข้ามามากมาย ควรมีคนที่คอยจัดการเรื่องระบบรับออเดอร์ให้รวดเร็วที่สุด เพื่อให้ลูกค้าได้รับอาหารที่ถูกต้องตามออเดอร์ การทำแบบนี้จะเป็นผลดีต่อร้านของคุณเพิ่มขึ้นด้วย

- ใช้บริการ Third-Party Application

ช่องทางสุดนิยมในตอนนี้ก็คือการบริการส่งผ่านแอพพลิเคชั่น Third-Party หรือบุคคลที่สามนั่นเอง โดยทางร้านจะต้องรอรับออเดอร์จากทางแอปพลิเคชั่น หลังจากนั้นจะมีบุคคลที่สามมารับอาหารเพื่อส่งไปยังลูกค้าในทันที เช่น
Line Man
Grab Food
Get Food
Foodpanda

ไม่ว่าสถานการณ์ปัจจุบันจะเลวรายลงแค่ไหน ขอแค่คุณปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์ได้ คุณจะไม่มีวันเจ๊งอย่างแน่นอน การเปลี่ยนร้านอาหารไปสู่ออนไลน์ในช่วงนี้ไม่เพียงจะช่วยให้ร้านของคุณไปต่อได้ แต่ยังช่วยเพิ่มโอกาสให้มีลูกค้าใหม่ๆ ได้รู้จักกับร้านอาหารของคุณมากขึ้น เมื่อผ่านวิกฤติ Covid-19 นี้ไปได้แล้ว ร้านอาหารของคุณอาจจะมียอดสั่งอาหารทะลุเป้าทุกวันเลยก็ได้


ที่มา: SEO WINNER 



ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

SEO Content เขียนอย่างไร จึงจะติดอันดับ ?

  การเขียน SEO Content จะทำให้บทความของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น จะช่วยให้บทความของคุณติดอันดับบน Google ทำให้มีคนค้นหาเว็บไซต์ และบทความของคุณเจอเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย วันนี้เราจะพามาหาคำตอบกันค่ะ ว่าควรต้องทำอย่างไรบ้าง ? 1. กำหนด Keyword  สำหรับการเขียน SEO Content นั้นต้องมีการกำหนด Keyword ที่เหมาะสมและสอดคล้องกับบทความที่เราเขียน โดยต้องวิเคราะห์ก่อนว่ากลุ่มเป้าหมายที่จะมาอ่านบทความของเราเป็นใคร และเขาจะใช้ Keyword อะไรในการค้นหา และอย่าลืมว่า Keyword มี่เราเลือกใช้ต้องมีปริมาณการค้นหา (Search Volume) ประมาณหนึ่งด้วย ยกตัวอย่างง่ายๆ ก่อนอื่นเราต้องดูว่าประเด็นที่เราจะเขียนนั้นคืออะไร เราสามารถนำประเด็นนั้นมาเป็น Keyword ตั้งต้นได้ เช่น การตลาดวันละตอนจะเขียนเรื่อง กลยุทธ์ในการทำการตลาดออนไลน์ Keyword ที่เหมาะสมก็คือ กลยุทธ์การตลาด หรือ กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ เป็นต้น 2. ใส่ Keyword ให้ถูกตำแหน่ง การใส่ Keyword ควรแทรกให้กระจายอยู่ในส่วนต่างๆ ของบทความ แต่ต้องไม่มากจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้ Google มองว่าเว็บไซต์ของเราเป็นพวกสแปมคีย์เวิร์ดได้  ปกติแล้ว SEO Content จะมีความยาว...

กลยุทธ์ Tie-in แบรนด์อย่างไร ? ให้เจาะกลุ่มเป้าหมายได้แบบเนียนๆ

กลยุทธ์ Tie-in เป็นหนึ่งในวิธีการสร้างการรับรู้แบรนด์ เพื่อสื่อสารการตลาดกับ 'ลูกค้า' โดยเป็นที่รู้จักและใช้มานานอย่างแพร่หลายแล้ว โดยวิธียอดฮิตก็คือ การนำผลิตภัณฑ์ บริการ หรือโลโก้แบรนด์ เข้าไปอยู่ในคอนเทนต์ที่นำเสนอไปยังกลุ่มเป้าหมายนั่นเอง และต้องบอกว่า การใช้กลยุทธ์ Tie-in ในยุคปัจจุบันนี้ มีช่องทางให้เลือกในการโปรโมทสินค้าได้อย่างมากมาย ซึ่งกลยุทธ์นี้สามารถสร้างการรับรู้ที่ดี อีกทั้งยังดึงดูดความสนใจผู้บริโภคได้อย่างเนียนๆ อีกด้วย จนแทบกลุ่มเป้าหมายอาจจะไม่รู้ตัวกันเลยค่ะ วันนี้เราได้นำไอเดียดีๆ จาก everydaymarketing มาแบ่งปันกันค่ะ สำหรับการ Tie-in ในยุคสังคมออนไลน์แบบนี้ มาให้นักการตลาดได้หยิบเอาไปใช้ได้ ดังนั้นมาดูกันดีกว่าว่า เราจะสามารถ Tie-in อย่างไรได้บ้าง ? 1. Tie-in สื่อแฝงในภาพยนต์ แน่นอนว่าหลายๆ คนคงพบเห็นกันบ่อยๆ กับสื่อแฝงในภาพยนต์ แต่จะทำอย่างไรล่ะให้หนัง หรือภาพยนตร์เรื่องนั้นๆ เกิดภาพจำได้ว่าแบรนด์นี้เป็นแบรนด์ของเรา ยกตัวอย่างเช่น.. การ Tie-in ของภาพยนต์ไทย 'เรื่องอ้ายคนหล่อลวง' ที่โด่งดังมากๆ สิ่งที่เห็นชัดๆ เลยก็คือ จะเห็นแบรนด์ 'ศรีสวัสด...

SEO และ SEM คืออะไร

  ในการทำธุรกิจออนไลน์ การทำเว็บไซต์เป็นสิ่งที่สำคัญ เปรียบเสมือนเป็นหน้าต่างของบ้านเลยทีเดียว และเมื่อเรามีเว็บไซต์เป็นของตัวเองแล้ว สิ่งที่ตามมาก็คือ การโปรโมทเว็บไซต์นั่นเอง ช่องทางการสร้างยอดขายให้เติบโตอย่างรวดเร็วอย่าง Google และใครๆ ก็ต้องการที่ครองอันดับต้นๆ กันทั้งนั้น  สำหรับวันนี้เราจะมาพูดถึง SEO และ SEM กันค่ะ แน่นอนว่าหลายๆ คนต้องคุ้นหูกันอย่างแน่นอน เพราะถือว่าเครื่องมือการตลาดออนไลน์ที่กำลังมาแรง และเป็นที่น่าสนใจมากๆ แต่ 2 อย่างนี้มีความแตกต่างกันอย่างไร นำไปใช้แบบไหน และเหมาะกับธุรกิจของเราหรือไม่ วันนี้เราจะพาทุกคนไปหาคำตอบกันค่ะ  - SEM  ย่อมาจากคำว่า Search Engine Marketing คือ รูปแบบการทำการตลาดบน Search Engine ที่นิยมมากที่สุดก็คือ Google นั่นเอง เป็นการทำในรูปแบบของการจ่ายเงินเพื่อซื้อพื้นที่โฆษณา โดยใช้วิธีการซื้อ keyword คำที่ต้องการให้ค้นหาสินค้าหรือบริการของเรา จะมีการเรียกเก็บเงินตามจำนวนคลิกเว็บไซต์  สำหรับการทำ SEM เห็นผลลัพธ์ได้ในระยะเวลาอันสั้นในการติดอันดับบน Google และเห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน แต่สิ่งที่ตามมาก็คือค่าใช้จ่ายนั่นเ...