ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

5 เทคนิค - ทำอย่างไรให้ร้านอาหารเป็นที่รู้จักมากบนโลกออนไลน์


5 เทคนิค - ทำอย่างไรให้ร้านอาหารเป็นที่รู้จักมากบนโลกออนไลน์

อย่างที่เรารู้กันดีว่าโชเซียลมีเดียในยุคนี้สามารถสร้างการรับรู้ให้กับธุรกิจของเราได้อย่างมหาศาล โดยเฉพาะในช่วงล็อกดาวน์แบบนี้ทำให้ร้านอาหารหลายร้านหันมาสนใจที่จะสร้างการรับรู้ให้กับลูกค้าผ่านทางโซเชียลมีเดียมากขึ้น เพราะพฤติกรรมในการทานอาหารของคนเราส่วนใหญ่แล้วมักเปลี่ยนแปลงตลอดเวลา เช่น วันนี้สนใจอาหารอีสาน พรุ่งนี้ญี่ปุ่น หรืออีกวันอาจจะอินกับเมนูอาหารเกาหลีจากซีรีส์ดังก็เป็นได้ แต่อย่างไรก็ตาม เราก็ต้องพยายามหากลยุทธ์ที่เหมาะสม ในการช่วยสร้างการรับรู้บนโซเชียลมีเดีย เพิ่มจำนวนผู้ชม และเพิ่มปริมาณการเข้าชมให้เกิดขึ้นในร้านออนไลน์ของเราให้ได้

ดังนั้นวันนี้ เราจึงจะมาแนะนำเทคนิคเล็กๆ น้อยๆ ให้ผู้อ่านได้มารับรู้ไปพร้อมๆ กันค่ะ กับ 5 เทคนิค - ทำอย่างไรให้ร้านอาหารเป็นที่รู้จักมากบนโลกออนไลน์
 

1. การเริ่มต้นจากการรู้จักแบรนด์ตัวเองก่อน

เราต้องรู้ว่าเราขายอะไร และกลุ่มเป้าหมายของเราคือใคร เพราะการสร้างหน้าร้านออนไลน์ก็เหมือนกับการสร้างแบรนด์ ต้องให้ผู้ชมเห็นถึงเอกลักษณ์ของร้านเราให้มากที่สุด เพื่อสร้างการจดจำ ดังนั้นเราต้องดูเรื่องของ สไตล์ หรือบุคคลิกของร้านเป็นอย่างดีด้วยค่ะ
 

2. การแชร์เบื้องหลังของหลังบ้าน

ยิ่งเป็นร้านอาหาร ผู้บริโภคก็ยิ่งอยากรู้กระบวนการปรุงเมนูต่างๆ ที่พวกเขารับประทานไปว่ามีความสะอาดปลอดภัยแค่ไหน และคอนเทนต์เบื้องหลังหากเป็นวิดีโอจะเป็นคอนเทนต์ที่ผู้ชมดูเพลินๆ ได้อีกด้วย ให้เห็นตอนทำอาหาร ขั้นตอนการทำต่างๆ ในส่วนนี้จะทำให้ผู้ชมได้รู้จักร้านของเรามากขึ้นอีกด้วยค่ะ
 

3. รายการเมนูอาหารตามฤดูกาล

การตลาดบนโซเชียลมีเดียเหมาะอย่างยิ่ง เมื่อเราเปิดตัวเมนูอาหารใหม่ๆ หรือโปรโมตรายการเมนูตามฤดูกาล เพราะจะทำให้ผู้ชมเพลิดเพลินกับความแปลกใหม่ทุกครั้งที่เราเปลี่ยนเมนู เช่นคอนเทนต์เทศกาลหน้าทุเรียน หรือวันคริสต์มาส เป็นต้นค่ะ

ซึ่งเมนูตามฤดูกาลจะเป็นเมนูที่ไม่ได้มีจำหน่ายตลอด อาจจะมี 1 ครั้งใน 1 ปี หรือ มีอย่างจำกัด สิ่งนี้จะช่วยกระตุ้นให้ลูกค้าตัดสินใจซื้อได้ง่าย และเร็วขึ้น
 

4. collaboration

โดยการ collab จะช่วยส่งเสริมให้ธุรกิจของเราเป็นที่รู้จักมากขึ้น ซึ่งแบรนด์ที่หมายถึงอาจจะเป็นแบรนด์สินค้า หรือบุคคล ก็ได้ที่ร้านอาหารของเราสามารถคอลแลปส์กันแล้วลงตัว และไม่สูญเสียความเป็นตัวตนของแบรนด์ เช่น เมนูเด็ดที่ร้านคอลแลปส์กับเซฟดัง หรือใช้เมนูของร้านแลกกับของเล่นอย่างดิสนีย์ เป็นต้น วิธีการนี้นั้นถือเป็นการดึงกลุ่มลูกค้าของอีกฝ่ายมาซื้อของของเรา แต่อย่างไรก็ตามเราก็ต้องดูความใกล้เคียงระหว่างกลุ่มเป้าหมายที่เราต้องการด้วย จะได้ไม่คอลแลปส์ผิดกลุ่ม เพราะแทนที่จะได้ลูกค้าจะกลายเป็นเสียฐานลูกค้าเปล่าๆ นะคะ

5. การใช้ Influencers รีวิว

การใช้ Influencers เป็นสิ่งที่ร้านอาหารหลายกำลังนิยมกันเลยค่ะ เพราะสร้างการรับรู้ได้ค่อนข้างดี ยิ่งเป็นคนที่มีชื่อเสียงก็ยิ่งทำให้คนคล้อยตาม อยากทำตามมากขึ้น แต่ข้อเสียของวิธีการนี้ก็คืออาจจะมีค่าใช้จ่ายที่สูงเช่นกัน ดังนั้นเราจึงควรเลือกผู้มีอิทธิพลหรือ Influencers มาใช้ในการโปรโมตจากสไตล์การทาน รสนิยม หรือกลุ่มเป้าหมายที่ตรงกัน เป็นต้นค่ะ


ที่มา:,SEO WINNER 



ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

SEO Content เขียนอย่างไร จึงจะติดอันดับ ?

  การเขียน SEO Content จะทำให้บทความของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น จะช่วยให้บทความของคุณติดอันดับบน Google ทำให้มีคนค้นหาเว็บไซต์ และบทความของคุณเจอเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย วันนี้เราจะพามาหาคำตอบกันค่ะ ว่าควรต้องทำอย่างไรบ้าง ? 1. กำหนด Keyword  สำหรับการเขียน SEO Content นั้นต้องมีการกำหนด Keyword ที่เหมาะสมและสอดคล้องกับบทความที่เราเขียน โดยต้องวิเคราะห์ก่อนว่ากลุ่มเป้าหมายที่จะมาอ่านบทความของเราเป็นใคร และเขาจะใช้ Keyword อะไรในการค้นหา และอย่าลืมว่า Keyword มี่เราเลือกใช้ต้องมีปริมาณการค้นหา (Search Volume) ประมาณหนึ่งด้วย ยกตัวอย่างง่ายๆ ก่อนอื่นเราต้องดูว่าประเด็นที่เราจะเขียนนั้นคืออะไร เราสามารถนำประเด็นนั้นมาเป็น Keyword ตั้งต้นได้ เช่น การตลาดวันละตอนจะเขียนเรื่อง กลยุทธ์ในการทำการตลาดออนไลน์ Keyword ที่เหมาะสมก็คือ กลยุทธ์การตลาด หรือ กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ เป็นต้น 2. ใส่ Keyword ให้ถูกตำแหน่ง การใส่ Keyword ควรแทรกให้กระจายอยู่ในส่วนต่างๆ ของบทความ แต่ต้องไม่มากจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้ Google มองว่าเว็บไซต์ของเราเป็นพวกสแปมคีย์เวิร์ดได้  ปกติแล้ว SEO Content จะมีความยาว...

กลยุทธ์ Tie-in แบรนด์อย่างไร ? ให้เจาะกลุ่มเป้าหมายได้แบบเนียนๆ

กลยุทธ์ Tie-in เป็นหนึ่งในวิธีการสร้างการรับรู้แบรนด์ เพื่อสื่อสารการตลาดกับ 'ลูกค้า' โดยเป็นที่รู้จักและใช้มานานอย่างแพร่หลายแล้ว โดยวิธียอดฮิตก็คือ การนำผลิตภัณฑ์ บริการ หรือโลโก้แบรนด์ เข้าไปอยู่ในคอนเทนต์ที่นำเสนอไปยังกลุ่มเป้าหมายนั่นเอง และต้องบอกว่า การใช้กลยุทธ์ Tie-in ในยุคปัจจุบันนี้ มีช่องทางให้เลือกในการโปรโมทสินค้าได้อย่างมากมาย ซึ่งกลยุทธ์นี้สามารถสร้างการรับรู้ที่ดี อีกทั้งยังดึงดูดความสนใจผู้บริโภคได้อย่างเนียนๆ อีกด้วย จนแทบกลุ่มเป้าหมายอาจจะไม่รู้ตัวกันเลยค่ะ วันนี้เราได้นำไอเดียดีๆ จาก everydaymarketing มาแบ่งปันกันค่ะ สำหรับการ Tie-in ในยุคสังคมออนไลน์แบบนี้ มาให้นักการตลาดได้หยิบเอาไปใช้ได้ ดังนั้นมาดูกันดีกว่าว่า เราจะสามารถ Tie-in อย่างไรได้บ้าง ? 1. Tie-in สื่อแฝงในภาพยนต์ แน่นอนว่าหลายๆ คนคงพบเห็นกันบ่อยๆ กับสื่อแฝงในภาพยนต์ แต่จะทำอย่างไรล่ะให้หนัง หรือภาพยนตร์เรื่องนั้นๆ เกิดภาพจำได้ว่าแบรนด์นี้เป็นแบรนด์ของเรา ยกตัวอย่างเช่น.. การ Tie-in ของภาพยนต์ไทย 'เรื่องอ้ายคนหล่อลวง' ที่โด่งดังมากๆ สิ่งที่เห็นชัดๆ เลยก็คือ จะเห็นแบรนด์ 'ศรีสวัสด...

SEO และ SEM คืออะไร

  ในการทำธุรกิจออนไลน์ การทำเว็บไซต์เป็นสิ่งที่สำคัญ เปรียบเสมือนเป็นหน้าต่างของบ้านเลยทีเดียว และเมื่อเรามีเว็บไซต์เป็นของตัวเองแล้ว สิ่งที่ตามมาก็คือ การโปรโมทเว็บไซต์นั่นเอง ช่องทางการสร้างยอดขายให้เติบโตอย่างรวดเร็วอย่าง Google และใครๆ ก็ต้องการที่ครองอันดับต้นๆ กันทั้งนั้น  สำหรับวันนี้เราจะมาพูดถึง SEO และ SEM กันค่ะ แน่นอนว่าหลายๆ คนต้องคุ้นหูกันอย่างแน่นอน เพราะถือว่าเครื่องมือการตลาดออนไลน์ที่กำลังมาแรง และเป็นที่น่าสนใจมากๆ แต่ 2 อย่างนี้มีความแตกต่างกันอย่างไร นำไปใช้แบบไหน และเหมาะกับธุรกิจของเราหรือไม่ วันนี้เราจะพาทุกคนไปหาคำตอบกันค่ะ  - SEM  ย่อมาจากคำว่า Search Engine Marketing คือ รูปแบบการทำการตลาดบน Search Engine ที่นิยมมากที่สุดก็คือ Google นั่นเอง เป็นการทำในรูปแบบของการจ่ายเงินเพื่อซื้อพื้นที่โฆษณา โดยใช้วิธีการซื้อ keyword คำที่ต้องการให้ค้นหาสินค้าหรือบริการของเรา จะมีการเรียกเก็บเงินตามจำนวนคลิกเว็บไซต์  สำหรับการทำ SEM เห็นผลลัพธ์ได้ในระยะเวลาอันสั้นในการติดอันดับบน Google และเห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน แต่สิ่งที่ตามมาก็คือค่าใช้จ่ายนั่นเ...