ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เพิ่มยอดขายใน Youtube ด้วยการสร้างคอนเทนต์วิดีโอ

เพิ่มยอดขายใน Youtube ด้วยการสร้างคอนเทนต์วิดีโอ

กระแสของคอนเทนต์รูปแบบวิดีโอยังคงได้รับความนิยมอย่างต่อเนื่อง ดูได้จากการเติบโตของ Tiktok ที่ผ่านมา ที่มียอดผู้ดาวน์โหลดทะลุไปถึง 2 พันล้านคน แต่ในขณะเดียวกัน Youtube ก็ยังเป็นแพลตฟอร์มที่นิยมเป็นอันดับต้นๆ นับหลายปี เนื่องจากเราสามารถแยกประเภทคอนเทนต์ได้อย่างเป็นระบบ

ในช่วงภาวะวิกฤตโรคระบาดที่ส่งผลกระทบต่อเศรษฐกิจ หลายคนเริ่มมองหาโอกาสในการสร้างรายได้ทางออนไลน์มากขึ้น ไม่ว่าจะเป็นผู้ประกอบการ มนุษย์เงินเดือนเองก็ตาม Youtube เป็นอีกช่องทางในการสร้างรายได้ที่ได้รับความนิยมเพิ่มขึ้น อีกทั้ง Youtube ยังถือว่าเป็นแพลตฟอร์มที่เข้าถึงง่ายที่สุด แล้วอีกทั้งยังเป็นช่องทางที่ดีสำหรับนักการตลาดอีกด้วย

วันนี้เราจะมาพูดถึงวิธีการสร้างคอนเทนต์วิดีโอบน Youtube อย่างไร ให้ออกมาให้ปังมากที่สุดค่ะ

1. เพิ่มเสน่ห์สินค้าให้โดดเด่นด้วย Storytelling

การเล่าเรื่องหรือ Storytelling เพิ่มสีสันด้วยวิธีการตัดต่อ เพลงประกอบ พากย์เสียง รวมไปถึงการจัดแสงให้ออกมาดี วิธีนี้จะช่วยให้เราดูเป็นมืออาชีพ และได้รับความน่าเชื่อถือ ช่วยให้ผลิตภัณฑ์ของเราดูมีคุณค่ามากขึ้นอีกด้วย สิ่งเหล่านี้จะทำให้พวกเขามีส่วนร่วมในเรื่องราวนั้นๆ จนกลายมาเป็นลูกค้าประจำในที่สุด

2. How to วิธีใช้สินค้า ช่วยให้ลูกค้าเข้าใจผลิตภัณฑ์

วิดีโอที่อธิบายวิธีใช้สินค้าไม่เพียงแต่เป็นเครื่องมือโฆษณาที่ยอดเยี่ยมเท่านั้น แต่ยังแสดงถึงการบริการลูกค้าที่ดีอีกด้วย หาคีย์เวิร์ดที่เป็นที่นิยม ลองใช้เครื่องมือ answererthepublic.com เพื่อค้นหาคำยอดนิยมที่เกี่ยวข้องกับแบรนด์ของเรา สิ่งนี้ช่วยให้เราสามารถกำหนดคอนเทนต์ และรายละเอียดที่ช่วยให้ลูกค้าเข้าใจผลิตภัณฑ์อย่างแท้จริง

3. สร้าง Storyboard

เพิ่มยอดขายใน Youtube ด้วยการสร้างคอนเทนต์วิดีโอ

ควรเขียนสคริปต์ก่อนถ่ายทำ เพราะการวางสตอรี่บอร์ดวิดีโอจะทำให้การถ่ายทำต่อเนื่องไม่ข้ามรายละเอียดที่สำคัญ หากความยาวคลิประหว่าง 2-5 นาที เมื่อเขียนสคริปต์ให้จำไว้ว่า 130 คำ = 1 นาที ตรวจสอบให้แน่ใจว่าเสียงที่อัดนั้นชัดเจน ใช้ไมโครโฟนที่เหมาะสม คลิป How to จะไม่ได้ผลหากผู้ชมไม่สามารถรับฟัง และเข้าใจคำแนะนำได้

4. Reviews อย่างจริงใจ

วิดีโอรีวิวควรมุ่งเน้นไปที่การพูดถึงคุณสมบัติผลิตภัณฑ์ หรือบริการ รีวิวอย่างจริงใจไม่อวยสินค้าจนเกินไป รายละเอียดต้องชัดเจน เพื่อให้ผู้ชมสามารถตัดสินใจได้ มีการตัดสลับการพูดกับภาพประกอบระหว่างช็อต เพิ่มฟุตเทจ B-roll เพื่อช่วยให้บริบทของวิดีโอ เลือกช่วงไฮไลต์สำหรับโปรโมตวิดีโอ ในขณะที่ถ่ายทำ และตัดต่อคอยดูคอยเสริมคำพูดที่กำลังเป็นเทรนด์อยู่บนโซเชียลมีเดีย เพื่อช่วยโปรโมทวิดีโอของแบรนด์

ทำวิดีโอคอนเทนต์แล้วรุ่งจริงมั้ย ?

เราได้นำสถิติผลลัพธ์การสร้างวิดีโอคอนเทนต์ เพื่อทำการตลาดออนไลน์จาก APPSUMO มาให้ผู้อ่านได้ดูกันค่ะ พบว่า

เพิ่มยอดขายใน Youtube ด้วยการสร้างคอนเทนต์วิดีโอ

  • 85% จากแบรนด์ที่ทำการตลาดออนไลน์จะใช้ YouTube เพื่อโปรโมทสินค้า
  • 79% จากแบรนด์ออนไลน์ ใช้ Facebook เป็นช่องทางนำเสนอสินค้า
  • การโฆษณาแบรนด์ผ่าน Instagram Stories 33% สามารถเพิ่มยอดขายได้
  • วิดีโอคอนเทนต์ประเภท How to เป็นประเภทคอนเทนต์ที่นิยมที่สุด
  • ธุรกิจออนไลน์ขนาด SMEs 83% เผยว่าการทำวิดีคอนเทนต์ ช่วยทำให้เกิด Lead Generation ได้ (Lead Generation คือ การเจาะกลุ่มเป้าหมายที่มีแนวโน้มว่าจะมาเป็นลูกค้าของเรา ให้กลายมาเป็นลูกค้าของเราในที่สุด)
  • 71% ของผู้ประกอบการ ใช้กลยุทธ์การนำเสนอด้วยรูปแบบวิดีโอ เพื่อโปรโมทสินค้าแบบ B2B
  • 66% ของผู้ประกอบการ ใช้กลยุทธ์การนำเสนอด้วยรูปแบบวิดีโอ เพื่อโปรโมทสินค้าแบบ B2C
จากข้อมูลสถิติที่กล่าวมาข้างต้น ทำให้ทุกท่านได้เห็นว่า การสร้างโฆษณาด้วยรูปแบบวิดีโอ เป็นคอนเทนต์ที่มีอิทธิพลต่อลูกค้าสูงมาก

ที่มา: SEO WINNER

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

SEO Content เขียนอย่างไร จึงจะติดอันดับ ?

  การเขียน SEO Content จะทำให้บทความของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น จะช่วยให้บทความของคุณติดอันดับบน Google ทำให้มีคนค้นหาเว็บไซต์ และบทความของคุณเจอเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย วันนี้เราจะพามาหาคำตอบกันค่ะ ว่าควรต้องทำอย่างไรบ้าง ? 1. กำหนด Keyword  สำหรับการเขียน SEO Content นั้นต้องมีการกำหนด Keyword ที่เหมาะสมและสอดคล้องกับบทความที่เราเขียน โดยต้องวิเคราะห์ก่อนว่ากลุ่มเป้าหมายที่จะมาอ่านบทความของเราเป็นใคร และเขาจะใช้ Keyword อะไรในการค้นหา และอย่าลืมว่า Keyword มี่เราเลือกใช้ต้องมีปริมาณการค้นหา (Search Volume) ประมาณหนึ่งด้วย ยกตัวอย่างง่ายๆ ก่อนอื่นเราต้องดูว่าประเด็นที่เราจะเขียนนั้นคืออะไร เราสามารถนำประเด็นนั้นมาเป็น Keyword ตั้งต้นได้ เช่น การตลาดวันละตอนจะเขียนเรื่อง กลยุทธ์ในการทำการตลาดออนไลน์ Keyword ที่เหมาะสมก็คือ กลยุทธ์การตลาด หรือ กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ เป็นต้น 2. ใส่ Keyword ให้ถูกตำแหน่ง การใส่ Keyword ควรแทรกให้กระจายอยู่ในส่วนต่างๆ ของบทความ แต่ต้องไม่มากจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้ Google มองว่าเว็บไซต์ของเราเป็นพวกสแปมคีย์เวิร์ดได้  ปกติแล้ว SEO Content จะมีความยาว...

กลยุทธ์ Tie-in แบรนด์อย่างไร ? ให้เจาะกลุ่มเป้าหมายได้แบบเนียนๆ

กลยุทธ์ Tie-in เป็นหนึ่งในวิธีการสร้างการรับรู้แบรนด์ เพื่อสื่อสารการตลาดกับ 'ลูกค้า' โดยเป็นที่รู้จักและใช้มานานอย่างแพร่หลายแล้ว โดยวิธียอดฮิตก็คือ การนำผลิตภัณฑ์ บริการ หรือโลโก้แบรนด์ เข้าไปอยู่ในคอนเทนต์ที่นำเสนอไปยังกลุ่มเป้าหมายนั่นเอง และต้องบอกว่า การใช้กลยุทธ์ Tie-in ในยุคปัจจุบันนี้ มีช่องทางให้เลือกในการโปรโมทสินค้าได้อย่างมากมาย ซึ่งกลยุทธ์นี้สามารถสร้างการรับรู้ที่ดี อีกทั้งยังดึงดูดความสนใจผู้บริโภคได้อย่างเนียนๆ อีกด้วย จนแทบกลุ่มเป้าหมายอาจจะไม่รู้ตัวกันเลยค่ะ วันนี้เราได้นำไอเดียดีๆ จาก everydaymarketing มาแบ่งปันกันค่ะ สำหรับการ Tie-in ในยุคสังคมออนไลน์แบบนี้ มาให้นักการตลาดได้หยิบเอาไปใช้ได้ ดังนั้นมาดูกันดีกว่าว่า เราจะสามารถ Tie-in อย่างไรได้บ้าง ? 1. Tie-in สื่อแฝงในภาพยนต์ แน่นอนว่าหลายๆ คนคงพบเห็นกันบ่อยๆ กับสื่อแฝงในภาพยนต์ แต่จะทำอย่างไรล่ะให้หนัง หรือภาพยนตร์เรื่องนั้นๆ เกิดภาพจำได้ว่าแบรนด์นี้เป็นแบรนด์ของเรา ยกตัวอย่างเช่น.. การ Tie-in ของภาพยนต์ไทย 'เรื่องอ้ายคนหล่อลวง' ที่โด่งดังมากๆ สิ่งที่เห็นชัดๆ เลยก็คือ จะเห็นแบรนด์ 'ศรีสวัสด...

SEO และ SEM คืออะไร

  ในการทำธุรกิจออนไลน์ การทำเว็บไซต์เป็นสิ่งที่สำคัญ เปรียบเสมือนเป็นหน้าต่างของบ้านเลยทีเดียว และเมื่อเรามีเว็บไซต์เป็นของตัวเองแล้ว สิ่งที่ตามมาก็คือ การโปรโมทเว็บไซต์นั่นเอง ช่องทางการสร้างยอดขายให้เติบโตอย่างรวดเร็วอย่าง Google และใครๆ ก็ต้องการที่ครองอันดับต้นๆ กันทั้งนั้น  สำหรับวันนี้เราจะมาพูดถึง SEO และ SEM กันค่ะ แน่นอนว่าหลายๆ คนต้องคุ้นหูกันอย่างแน่นอน เพราะถือว่าเครื่องมือการตลาดออนไลน์ที่กำลังมาแรง และเป็นที่น่าสนใจมากๆ แต่ 2 อย่างนี้มีความแตกต่างกันอย่างไร นำไปใช้แบบไหน และเหมาะกับธุรกิจของเราหรือไม่ วันนี้เราจะพาทุกคนไปหาคำตอบกันค่ะ  - SEM  ย่อมาจากคำว่า Search Engine Marketing คือ รูปแบบการทำการตลาดบน Search Engine ที่นิยมมากที่สุดก็คือ Google นั่นเอง เป็นการทำในรูปแบบของการจ่ายเงินเพื่อซื้อพื้นที่โฆษณา โดยใช้วิธีการซื้อ keyword คำที่ต้องการให้ค้นหาสินค้าหรือบริการของเรา จะมีการเรียกเก็บเงินตามจำนวนคลิกเว็บไซต์  สำหรับการทำ SEM เห็นผลลัพธ์ได้ในระยะเวลาอันสั้นในการติดอันดับบน Google และเห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน แต่สิ่งที่ตามมาก็คือค่าใช้จ่ายนั่นเ...