ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

การตลาดสไตล์ Steve Jobs

การตลาดสไตล์ Steve Jobs

แม้ว่าจะผ่านมาเป็นเวลานานกับการเสียชีวิตของ Steve Jobs ผู้ก่อตั้งบริษัท Apple แต่.. การตลาดของ Steve Jobs ตั้งแต่สมัยนั้นยังสามารถนำมาปรับใช้กับการตลาดในยุคนี้ได้ดี โดยเฉพาะวิธีการคิดเริ่มต้น เห็นได้จากแบรนด์ Apple ที่ยังประสบความสำเร็จ และยังเป็นแบรนด์ที่น่ากลัวสำหรับรายใหม่ที่เข้าสู่วงการสมาร์ทโฟนในปัจจุบัน

Steve Jobs ที่เคยพูดถึงการตลาดเอาไว้ว่า
"การตลาดเป็นเรื่องของค่านิยม มันเป็นโลกที่ซับซ้อน และวุ่นวาย แทบไม่มีโอกาสที่จะสร้างการจดจำเกี่ยวกับแบรนด์ได้มากนัก ซึ่งยังไม่มีบริษัทไหนครองตลาดนี้ (ในสมัยนั้น) ดังนั้น Apple ต้องสร้างตัวตนของแบรนด์ให้พวกเขารู้อย่างชัดเจน"

 
"การพัฒนาสินค้าในแต่ละครั้ง เราต้องมั่นใจว่ามันดี เพอร์เฟกต์ ไม่ใช่แค่คุณภาพของตัวสินค้า แต่ความสมบูรณ์แบบต้องรวมไปถึงบรรจุภัณฑ์ ความประณีตในการแกะกล่องสินค้า แม้แต่บรรยากาศที่ดูเรียบง่ายแต่พิเศษ หรือจะเป็นการสื่อสารระหว่างแบรนด์กับวัฒนธรรมความเชื่อ ซึ่งความเรียบง่ายแต่ดูมีอะไร เป็นสิ่งที่น่าค้นหามากกว่าการพยายามโน้มน้าว และดึงดูดผู้ใช้"

Steve Jobs ยังคง concept เดิมที่ได้โฟกัสเรื่องของ ความฝัน ความรู้สึก และประสบการณ์ของผู้ใช้ ไม่ใช่การสื่อสารด้วยการใช้โปรดักส์เป็นสื่อกลางชัดเจน

Steve Jobs เป็นหนึ่งในไม่กี่คนในยุคนั้นที่สื่อสารแบรนด์ Apple ด้วยการดึงห้วงอารมณ์ของผู้ใช้มากกว่านำเสนอข้อดี หรือคุณสมบัติเด่นของสินค้า เพราะเขามองว่า การตลาดคือ 'ค่านิยม' ดังนั้น การสร้างค่านิยมต่อแบรนด์จึงเป็น top priority ในการสร้างการจดจำอันดับแรก

สิ่งที่ Steve Jobs ทำมาตลอดก็คือ การคาดการณ์ (Predict) ความต้องการของผู้ใช้ ด้วยการสร้าง - จำลองผลลัพธ์ให้เห็นว่า แบรนด์ Apple ไม่ใช่แค่เราซื้อนวัตกรรม หรือเทคโนโลยีสมัยใหม่ แต่เราซื้อความรู้สึกที่อยากเปลี่ยนแปลงโลกให้ดีขึ้น เราซื้อเพราะอุดมการณ์ของผู้สร้าง พูดให้เห็นภาพง่ายๆ Apple ก็เหมือนกับ 'ผู้เผยแพร่ศาสนา' ที่เสิร์ฟความต้องการให้คนบางกลุ่มที่มีอุดมการณ์เดียวกัน

ที่มา: SEO WINNER

ความคิดเห็น

  1. รับลงสินค้า Lazada ขอนแก่น ราคาถูก ไม่ว่าคุณจะขายสินค้าอะไร เราสามารถเพิ่มให้ท่านได้หมด ในราคาเหมาสุดพิเศษ คุ้มสุดคุ้ม

    ตอบลบ

แสดงความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

SEO Content เขียนอย่างไร จึงจะติดอันดับ ?

  การเขียน SEO Content จะทำให้บทความของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น จะช่วยให้บทความของคุณติดอันดับบน Google ทำให้มีคนค้นหาเว็บไซต์ และบทความของคุณเจอเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย วันนี้เราจะพามาหาคำตอบกันค่ะ ว่าควรต้องทำอย่างไรบ้าง ? 1. กำหนด Keyword  สำหรับการเขียน SEO Content นั้นต้องมีการกำหนด Keyword ที่เหมาะสมและสอดคล้องกับบทความที่เราเขียน โดยต้องวิเคราะห์ก่อนว่ากลุ่มเป้าหมายที่จะมาอ่านบทความของเราเป็นใคร และเขาจะใช้ Keyword อะไรในการค้นหา และอย่าลืมว่า Keyword มี่เราเลือกใช้ต้องมีปริมาณการค้นหา (Search Volume) ประมาณหนึ่งด้วย ยกตัวอย่างง่ายๆ ก่อนอื่นเราต้องดูว่าประเด็นที่เราจะเขียนนั้นคืออะไร เราสามารถนำประเด็นนั้นมาเป็น Keyword ตั้งต้นได้ เช่น การตลาดวันละตอนจะเขียนเรื่อง กลยุทธ์ในการทำการตลาดออนไลน์ Keyword ที่เหมาะสมก็คือ กลยุทธ์การตลาด หรือ กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ เป็นต้น 2. ใส่ Keyword ให้ถูกตำแหน่ง การใส่ Keyword ควรแทรกให้กระจายอยู่ในส่วนต่างๆ ของบทความ แต่ต้องไม่มากจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้ Google มองว่าเว็บไซต์ของเราเป็นพวกสแปมคีย์เวิร์ดได้  ปกติแล้ว SEO Content จะมีความยาว...

กลยุทธ์ Tie-in แบรนด์อย่างไร ? ให้เจาะกลุ่มเป้าหมายได้แบบเนียนๆ

กลยุทธ์ Tie-in เป็นหนึ่งในวิธีการสร้างการรับรู้แบรนด์ เพื่อสื่อสารการตลาดกับ 'ลูกค้า' โดยเป็นที่รู้จักและใช้มานานอย่างแพร่หลายแล้ว โดยวิธียอดฮิตก็คือ การนำผลิตภัณฑ์ บริการ หรือโลโก้แบรนด์ เข้าไปอยู่ในคอนเทนต์ที่นำเสนอไปยังกลุ่มเป้าหมายนั่นเอง และต้องบอกว่า การใช้กลยุทธ์ Tie-in ในยุคปัจจุบันนี้ มีช่องทางให้เลือกในการโปรโมทสินค้าได้อย่างมากมาย ซึ่งกลยุทธ์นี้สามารถสร้างการรับรู้ที่ดี อีกทั้งยังดึงดูดความสนใจผู้บริโภคได้อย่างเนียนๆ อีกด้วย จนแทบกลุ่มเป้าหมายอาจจะไม่รู้ตัวกันเลยค่ะ วันนี้เราได้นำไอเดียดีๆ จาก everydaymarketing มาแบ่งปันกันค่ะ สำหรับการ Tie-in ในยุคสังคมออนไลน์แบบนี้ มาให้นักการตลาดได้หยิบเอาไปใช้ได้ ดังนั้นมาดูกันดีกว่าว่า เราจะสามารถ Tie-in อย่างไรได้บ้าง ? 1. Tie-in สื่อแฝงในภาพยนต์ แน่นอนว่าหลายๆ คนคงพบเห็นกันบ่อยๆ กับสื่อแฝงในภาพยนต์ แต่จะทำอย่างไรล่ะให้หนัง หรือภาพยนตร์เรื่องนั้นๆ เกิดภาพจำได้ว่าแบรนด์นี้เป็นแบรนด์ของเรา ยกตัวอย่างเช่น.. การ Tie-in ของภาพยนต์ไทย 'เรื่องอ้ายคนหล่อลวง' ที่โด่งดังมากๆ สิ่งที่เห็นชัดๆ เลยก็คือ จะเห็นแบรนด์ 'ศรีสวัสด...

SEO และ SEM คืออะไร

  ในการทำธุรกิจออนไลน์ การทำเว็บไซต์เป็นสิ่งที่สำคัญ เปรียบเสมือนเป็นหน้าต่างของบ้านเลยทีเดียว และเมื่อเรามีเว็บไซต์เป็นของตัวเองแล้ว สิ่งที่ตามมาก็คือ การโปรโมทเว็บไซต์นั่นเอง ช่องทางการสร้างยอดขายให้เติบโตอย่างรวดเร็วอย่าง Google และใครๆ ก็ต้องการที่ครองอันดับต้นๆ กันทั้งนั้น  สำหรับวันนี้เราจะมาพูดถึง SEO และ SEM กันค่ะ แน่นอนว่าหลายๆ คนต้องคุ้นหูกันอย่างแน่นอน เพราะถือว่าเครื่องมือการตลาดออนไลน์ที่กำลังมาแรง และเป็นที่น่าสนใจมากๆ แต่ 2 อย่างนี้มีความแตกต่างกันอย่างไร นำไปใช้แบบไหน และเหมาะกับธุรกิจของเราหรือไม่ วันนี้เราจะพาทุกคนไปหาคำตอบกันค่ะ  - SEM  ย่อมาจากคำว่า Search Engine Marketing คือ รูปแบบการทำการตลาดบน Search Engine ที่นิยมมากที่สุดก็คือ Google นั่นเอง เป็นการทำในรูปแบบของการจ่ายเงินเพื่อซื้อพื้นที่โฆษณา โดยใช้วิธีการซื้อ keyword คำที่ต้องการให้ค้นหาสินค้าหรือบริการของเรา จะมีการเรียกเก็บเงินตามจำนวนคลิกเว็บไซต์  สำหรับการทำ SEM เห็นผลลัพธ์ได้ในระยะเวลาอันสั้นในการติดอันดับบน Google และเห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน แต่สิ่งที่ตามมาก็คือค่าใช้จ่ายนั่นเ...