ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

Real Time Marketing คืออะไร ?

Real Time Marketing คืออะไร ?

การทำการตลาด มักจะมาพร้อมการแข่งขันด้วยความรวดเร็ว คิดก่อน ทำก่อน มีโอกาสก่อน แล้วยิ่งในยุคสมัยที่ทุกอย่างเร็วแบบปัจจุบันนี้ จึงก่อให้เกิดเป็นรูปแบบการตลาดอย่าง Real Time Marketing ขึ้นมา ด้วยแนวคิดที่ว่า แบรนด์หยิบเอาสิ่งที่กำลังเป็นกระแสในขณะนั้น ไม่ว่าจะเป็นละคร ซีรีย์ ข่าวสาร เหตุการบ้านเมือง ฯลฯ นำมาเชื่อมโยงเข้ากับแบรนด์ หรือสินค้าของตัวเองอย่างมีชั้นเชิง ทำให้มีผู้สนใจ และแชร์ต่อเป็นจำนวนมาก การตลาดแบบนี้เรียกว่า Real Time Marketing นั่นเอง

อันที่จริงกลยุทธ์นี้ได้มีมานานแล้ว แต่ปัจจัยที่ทำให้กลยุทธ์นี้มาแรงในช่วงระยะหลังๆ ส่วนสำคัญเป็นผลต่อเนื่องจากคนไทยเข้าถึงอินเทอร์เน็ตมากขึ้นเป็นเท่าตัว เนื่องจากสถานการณ์โควิด-19 ด้วย ทำให้ทุกคนได้มีเวลาว่างกันมากขึ้น

Real Time Marketing คืออะไร ?
คือ การตลาดที่อาศัยกระแสสังคม หรือเหตุการณ์เด่นๆ ที่เกิดขึ้นในขณะนั้นมาใช้ประโยชน์ โดยนำมาทำเป็นคอนเทนต์ที่สร้างสรรค์ และเข้ากับแบรนด์ของตนเอง โดยมีช่องทางหลักคือโซเชียลมีเดีย เช่น Facebook, Twitter, Ig เป็นต้น

การทำ Real Time Marketing แตกต่างจากการทำการตลาดแบบเดิมที่ต้องผ่านกระบวนการคิด และสร้างสรรค์หลายขั้นตอน แต่การทำการตลาดโดยใช้เรื่องราวที่กำลังประเด็นในสังคมนั้น ต้องอาศัยความรวดเร็วเป็นสำคัญ ทั้งยังต้องกระชับ สั้น เข้าใจง่าย และเข้าถึงง่าย ทำให้คนเห็นแล้วรู้สึกชื่นชอบ จนทำให้เกิดการแชร์มากมาย และมีคนเริ่มสนใจตัวแบรนด์ในที่สุด

ข้อดีของ Real Time Marketing
- ยอด view ขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ไม่ว่าจะยอดจำนวนการเข้าถึง หรือจำนวนการมีส่วนร่วม เนื่องจากกระแสความนิยมในระยะเวลาหนึ่งที่ผู้คนให้ความสนใจ การเข้าถึงเหล่านี้ จะช่วยเพิ่มการรับรู้ให้กับแบรนด์ได้เป็นอย่างดี

- ทำให้เกิดการแชร์ต่อ ส่งผลดีต่อแบรนด์ของเราอย่างดีเยี่ยม เพราะการที่มีคนแชร์ต่อนั้น ทำให้แบรนด์ดูน่าเชื่อถือ และสิ่งที่จะตามมาภายหลัง ก็คือยอดขายที่เพิ่มมากขึ้นนั้นเอง

- ดึงดูดกลุ่มลูกค้าใหม่
ด้วยการทำคอนเทนต์ หรือการตลาดตามกระแส ทำให้มีการแชร์บอกต่อเป็นจำนวนมาก ทำให้กลุ่มลูกค้าที่ไม่เคยใช้บริการเรามาก่อน ได้หันมาใช้แบรนด์เรากันมากขึ้น ทั้งยังรักษาฐานลูกค้าเดิมไว้ได้ และยังได้ฐานลูกค้าใหม่เพิ่มขึ้นมาอีกนั้นเองค่ะ

ตั้งเป้าหมายให้ชัดเจน
ก่อนจะทำ Real Time Marketing แบรนด์ต้องมีเป้าหมายที่ชัดเจน ว่าจะทำเพื่ออะไร ต้องการที่จะสื่ออะไรกับกลุ่มเป้าหมาย ถึงแม้ว่าการทำ Real Time Marketing จะอาศัยช่วงจังหวะที่เป็นกระแสอยู่แล้วก็ตาม แต่การมีวัตถุประสงค์ และเป้าหมายก็สำคัญไม่แพ้กัน

คุณสุรศักดิ์ เหลืองอุษากุล ได้เล่าถึงว่า "การโฟกัสที่ Target Group ก่อน แล้วจึงทำ Real Time Marketing เพื่อให้คอนเทนต์นั้น โดนใจกลุ่มเป้าหมาย และถ้าสังคมส่วนใหญ่ที่ไม่ใช่กลุ่มเป้าหมาย ให้ความสนใจคอนเทนต์ของแบรนด์นั้นด้วยเช่นกัน ถือเป็นผลประโยชน์ที่ได้ต่อเนื่อง เพราะฉะนั้น Objective ของแบรนด์ เป็นสิ่งสำคัญ ถ้าไม่ตอบโจทย์แบรนด์เลย ก็ไม่มีประโยชน์ มีหลายแบรนด์ที่ทำ Real Time Marketing แล้วสุดท้ายกลับมาถามตัวเองว่า ทำไปทำไม เพื่ออะไร เพราะในที่สุดแล้วเขาไม่ได้อะไรจากการทำ Real Time Marketing”



ที่มา: SEO WINNER

ความคิดเห็น

  1. รับลงสินค้า Shopee ขอนแก่น ราคาถูก ไม่ว่าคุณจะขายสินค้าอะไร เราสามารถเพิ่มให้ท่านได้หมด ในราคาเหมาสุดพิเศษ คุ้มสุดคุ้ม

    ตอบลบ

แสดงความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

SEO Content เขียนอย่างไร จึงจะติดอันดับ ?

  การเขียน SEO Content จะทำให้บทความของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น จะช่วยให้บทความของคุณติดอันดับบน Google ทำให้มีคนค้นหาเว็บไซต์ และบทความของคุณเจอเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย วันนี้เราจะพามาหาคำตอบกันค่ะ ว่าควรต้องทำอย่างไรบ้าง ? 1. กำหนด Keyword  สำหรับการเขียน SEO Content นั้นต้องมีการกำหนด Keyword ที่เหมาะสมและสอดคล้องกับบทความที่เราเขียน โดยต้องวิเคราะห์ก่อนว่ากลุ่มเป้าหมายที่จะมาอ่านบทความของเราเป็นใคร และเขาจะใช้ Keyword อะไรในการค้นหา และอย่าลืมว่า Keyword มี่เราเลือกใช้ต้องมีปริมาณการค้นหา (Search Volume) ประมาณหนึ่งด้วย ยกตัวอย่างง่ายๆ ก่อนอื่นเราต้องดูว่าประเด็นที่เราจะเขียนนั้นคืออะไร เราสามารถนำประเด็นนั้นมาเป็น Keyword ตั้งต้นได้ เช่น การตลาดวันละตอนจะเขียนเรื่อง กลยุทธ์ในการทำการตลาดออนไลน์ Keyword ที่เหมาะสมก็คือ กลยุทธ์การตลาด หรือ กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ เป็นต้น 2. ใส่ Keyword ให้ถูกตำแหน่ง การใส่ Keyword ควรแทรกให้กระจายอยู่ในส่วนต่างๆ ของบทความ แต่ต้องไม่มากจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้ Google มองว่าเว็บไซต์ของเราเป็นพวกสแปมคีย์เวิร์ดได้  ปกติแล้ว SEO Content จะมีความยาว...

กลยุทธ์ Tie-in แบรนด์อย่างไร ? ให้เจาะกลุ่มเป้าหมายได้แบบเนียนๆ

กลยุทธ์ Tie-in เป็นหนึ่งในวิธีการสร้างการรับรู้แบรนด์ เพื่อสื่อสารการตลาดกับ 'ลูกค้า' โดยเป็นที่รู้จักและใช้มานานอย่างแพร่หลายแล้ว โดยวิธียอดฮิตก็คือ การนำผลิตภัณฑ์ บริการ หรือโลโก้แบรนด์ เข้าไปอยู่ในคอนเทนต์ที่นำเสนอไปยังกลุ่มเป้าหมายนั่นเอง และต้องบอกว่า การใช้กลยุทธ์ Tie-in ในยุคปัจจุบันนี้ มีช่องทางให้เลือกในการโปรโมทสินค้าได้อย่างมากมาย ซึ่งกลยุทธ์นี้สามารถสร้างการรับรู้ที่ดี อีกทั้งยังดึงดูดความสนใจผู้บริโภคได้อย่างเนียนๆ อีกด้วย จนแทบกลุ่มเป้าหมายอาจจะไม่รู้ตัวกันเลยค่ะ วันนี้เราได้นำไอเดียดีๆ จาก everydaymarketing มาแบ่งปันกันค่ะ สำหรับการ Tie-in ในยุคสังคมออนไลน์แบบนี้ มาให้นักการตลาดได้หยิบเอาไปใช้ได้ ดังนั้นมาดูกันดีกว่าว่า เราจะสามารถ Tie-in อย่างไรได้บ้าง ? 1. Tie-in สื่อแฝงในภาพยนต์ แน่นอนว่าหลายๆ คนคงพบเห็นกันบ่อยๆ กับสื่อแฝงในภาพยนต์ แต่จะทำอย่างไรล่ะให้หนัง หรือภาพยนตร์เรื่องนั้นๆ เกิดภาพจำได้ว่าแบรนด์นี้เป็นแบรนด์ของเรา ยกตัวอย่างเช่น.. การ Tie-in ของภาพยนต์ไทย 'เรื่องอ้ายคนหล่อลวง' ที่โด่งดังมากๆ สิ่งที่เห็นชัดๆ เลยก็คือ จะเห็นแบรนด์ 'ศรีสวัสด...

SEO และ SEM คืออะไร

  ในการทำธุรกิจออนไลน์ การทำเว็บไซต์เป็นสิ่งที่สำคัญ เปรียบเสมือนเป็นหน้าต่างของบ้านเลยทีเดียว และเมื่อเรามีเว็บไซต์เป็นของตัวเองแล้ว สิ่งที่ตามมาก็คือ การโปรโมทเว็บไซต์นั่นเอง ช่องทางการสร้างยอดขายให้เติบโตอย่างรวดเร็วอย่าง Google และใครๆ ก็ต้องการที่ครองอันดับต้นๆ กันทั้งนั้น  สำหรับวันนี้เราจะมาพูดถึง SEO และ SEM กันค่ะ แน่นอนว่าหลายๆ คนต้องคุ้นหูกันอย่างแน่นอน เพราะถือว่าเครื่องมือการตลาดออนไลน์ที่กำลังมาแรง และเป็นที่น่าสนใจมากๆ แต่ 2 อย่างนี้มีความแตกต่างกันอย่างไร นำไปใช้แบบไหน และเหมาะกับธุรกิจของเราหรือไม่ วันนี้เราจะพาทุกคนไปหาคำตอบกันค่ะ  - SEM  ย่อมาจากคำว่า Search Engine Marketing คือ รูปแบบการทำการตลาดบน Search Engine ที่นิยมมากที่สุดก็คือ Google นั่นเอง เป็นการทำในรูปแบบของการจ่ายเงินเพื่อซื้อพื้นที่โฆษณา โดยใช้วิธีการซื้อ keyword คำที่ต้องการให้ค้นหาสินค้าหรือบริการของเรา จะมีการเรียกเก็บเงินตามจำนวนคลิกเว็บไซต์  สำหรับการทำ SEM เห็นผลลัพธ์ได้ในระยะเวลาอันสั้นในการติดอันดับบน Google และเห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน แต่สิ่งที่ตามมาก็คือค่าใช้จ่ายนั่นเ...