ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

ใช้กลยุทธ์การตลาดแบบ Contextual marketing เพื่อยกระดับ Search Marketing 2022

เราอยู่ในยุคที่ใครๆ ก็สามารถ Search สิ่งที่ต้องการจะรู้จากโทรศัพท์มือถือเครื่องเล็กในมือเท่านั้น จึงส่งผลให้การตลาดผ่านโทรศัพท์มือถือนั้นไม่ใช่แค่ปรับรูปแบบเว็บไซต์ให้เข้ากับหน้าจอ แต่ยังหมายถึงการปรับแต่งเนื้อหาที่แสดงผลให้ตรงกับบริบทที่เป็นอยู่มากขึ้น

ใช้กลยุทธ์การตลาดแบบ Contextual marketing

การแสดงผลการค้นหาบนมือถือจะถูกปรับแต่งให้เข้ากับบริบทของสถานที่ ซึ่งมันจะต่างจากการค้นหาผ่านคอมพิวเตอร์โดยสิ้นเชิง เพราะผลลัพธ์การค้นหาบนมือถือจะถูกปรับแต่งให้เข้ากับพื้นที่ และช่วงเวลา ยกตัวอย่างเช่น

ถ้าคุณค้นหาร้านกาแฟในเมืองที่กำลังมีงานสำคัญบางอย่าง คุณจะไม่ได้เห็นผลลัพธ์แค่ร้านกาแฟเพียงอย่างเดียว แต่จะเห็นแค่ร้านกาแฟที่เปิดให้บริการในช่วงงานเทศกาลของเมืองที่คุณกำลังอยู่
ใช้กลยุทธ์การตลาดแบบ Contextual marketing เพื่อยกระดับ Search Marketing 2022
ดังนั้นการเข้าใจบริบทของช่วงเวลาจึงสำคัญมากต่อการทำ Contextual marketing คุณต้องรู้ว่าลูกค้าคุณอยู่ในช่วงเวลาไหน เพื่อที่คุณจะได้สามารถทำการตลาดออกไปได้อย่างแม่นยำ ในส่วนของ Google นั้น จะปรับปรุงผลลัพธ์การ Search ของเราตลอดเวลา และจะยิ่งแม่นยำมากขึ้นเรื่อยๆ ด้วยการนำเอาสิ่งที่เรียกว่า Contextual data มาใช้ เมื่อเราใช้มือถือค้นหาอะไรบางอย่าง google จะประมวลผลดูว่าเราค้นหาวันไหน ช่วงเวลาอะไร ข้อมูลการค้นหาในอดีตเราเป็นอย่างไร และตอนนั้นเราอยู่ในพื้นที่ไหน ทั้งหมดนี้เพื่อทำให้เราสามารถได้คำตอบที่ใช่เร็วขึ้น

เอาทุกอย่างรอบตัวลูกค้ามาเป็นโอกาสในการขายของเราให้ได้

- ตอนนี้เขาอยู่ที่ไหน
- เป็นอะไรเวลา
- เขากำลังต้องการอะไร
- เขากำลังติดต่อสื่อสารกับเราด้วยวิธีใด
- ที่สำคัญคือเราต้องรู้ด้วยว่าเขาเป็นใครคนที่เราต้องการหรือไม่

ใช้กลยุทธ์การตลาดแบบ Contextual marketing เพื่อยกระดับ Search Marketing 2022
เป็นการที่เราได้คิดในมุมมองของฝั่ง Empathy โดยดูจากสภาพแวดล้อมทั้งหมดที่มีนั่นเอง เพราะยิ่งเราเข้าใจลูกค้ามากเท่าไหร่ เราก็ยิ่งมีโอกาสที่จะปิดการขายได้มากเท่านั้น

ที่มา: everydaymarketing, SEO WINNER

ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

SEO Content เขียนอย่างไร จึงจะติดอันดับ ?

  การเขียน SEO Content จะทำให้บทความของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น จะช่วยให้บทความของคุณติดอันดับบน Google ทำให้มีคนค้นหาเว็บไซต์ และบทความของคุณเจอเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย วันนี้เราจะพามาหาคำตอบกันค่ะ ว่าควรต้องทำอย่างไรบ้าง ? 1. กำหนด Keyword  สำหรับการเขียน SEO Content นั้นต้องมีการกำหนด Keyword ที่เหมาะสมและสอดคล้องกับบทความที่เราเขียน โดยต้องวิเคราะห์ก่อนว่ากลุ่มเป้าหมายที่จะมาอ่านบทความของเราเป็นใคร และเขาจะใช้ Keyword อะไรในการค้นหา และอย่าลืมว่า Keyword มี่เราเลือกใช้ต้องมีปริมาณการค้นหา (Search Volume) ประมาณหนึ่งด้วย ยกตัวอย่างง่ายๆ ก่อนอื่นเราต้องดูว่าประเด็นที่เราจะเขียนนั้นคืออะไร เราสามารถนำประเด็นนั้นมาเป็น Keyword ตั้งต้นได้ เช่น การตลาดวันละตอนจะเขียนเรื่อง กลยุทธ์ในการทำการตลาดออนไลน์ Keyword ที่เหมาะสมก็คือ กลยุทธ์การตลาด หรือ กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ เป็นต้น 2. ใส่ Keyword ให้ถูกตำแหน่ง การใส่ Keyword ควรแทรกให้กระจายอยู่ในส่วนต่างๆ ของบทความ แต่ต้องไม่มากจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้ Google มองว่าเว็บไซต์ของเราเป็นพวกสแปมคีย์เวิร์ดได้  ปกติแล้ว SEO Content จะมีความยาว...

กลยุทธ์ Tie-in แบรนด์อย่างไร ? ให้เจาะกลุ่มเป้าหมายได้แบบเนียนๆ

กลยุทธ์ Tie-in เป็นหนึ่งในวิธีการสร้างการรับรู้แบรนด์ เพื่อสื่อสารการตลาดกับ 'ลูกค้า' โดยเป็นที่รู้จักและใช้มานานอย่างแพร่หลายแล้ว โดยวิธียอดฮิตก็คือ การนำผลิตภัณฑ์ บริการ หรือโลโก้แบรนด์ เข้าไปอยู่ในคอนเทนต์ที่นำเสนอไปยังกลุ่มเป้าหมายนั่นเอง และต้องบอกว่า การใช้กลยุทธ์ Tie-in ในยุคปัจจุบันนี้ มีช่องทางให้เลือกในการโปรโมทสินค้าได้อย่างมากมาย ซึ่งกลยุทธ์นี้สามารถสร้างการรับรู้ที่ดี อีกทั้งยังดึงดูดความสนใจผู้บริโภคได้อย่างเนียนๆ อีกด้วย จนแทบกลุ่มเป้าหมายอาจจะไม่รู้ตัวกันเลยค่ะ วันนี้เราได้นำไอเดียดีๆ จาก everydaymarketing มาแบ่งปันกันค่ะ สำหรับการ Tie-in ในยุคสังคมออนไลน์แบบนี้ มาให้นักการตลาดได้หยิบเอาไปใช้ได้ ดังนั้นมาดูกันดีกว่าว่า เราจะสามารถ Tie-in อย่างไรได้บ้าง ? 1. Tie-in สื่อแฝงในภาพยนต์ แน่นอนว่าหลายๆ คนคงพบเห็นกันบ่อยๆ กับสื่อแฝงในภาพยนต์ แต่จะทำอย่างไรล่ะให้หนัง หรือภาพยนตร์เรื่องนั้นๆ เกิดภาพจำได้ว่าแบรนด์นี้เป็นแบรนด์ของเรา ยกตัวอย่างเช่น.. การ Tie-in ของภาพยนต์ไทย 'เรื่องอ้ายคนหล่อลวง' ที่โด่งดังมากๆ สิ่งที่เห็นชัดๆ เลยก็คือ จะเห็นแบรนด์ 'ศรีสวัสด...

SEO และ SEM คืออะไร

  ในการทำธุรกิจออนไลน์ การทำเว็บไซต์เป็นสิ่งที่สำคัญ เปรียบเสมือนเป็นหน้าต่างของบ้านเลยทีเดียว และเมื่อเรามีเว็บไซต์เป็นของตัวเองแล้ว สิ่งที่ตามมาก็คือ การโปรโมทเว็บไซต์นั่นเอง ช่องทางการสร้างยอดขายให้เติบโตอย่างรวดเร็วอย่าง Google และใครๆ ก็ต้องการที่ครองอันดับต้นๆ กันทั้งนั้น  สำหรับวันนี้เราจะมาพูดถึง SEO และ SEM กันค่ะ แน่นอนว่าหลายๆ คนต้องคุ้นหูกันอย่างแน่นอน เพราะถือว่าเครื่องมือการตลาดออนไลน์ที่กำลังมาแรง และเป็นที่น่าสนใจมากๆ แต่ 2 อย่างนี้มีความแตกต่างกันอย่างไร นำไปใช้แบบไหน และเหมาะกับธุรกิจของเราหรือไม่ วันนี้เราจะพาทุกคนไปหาคำตอบกันค่ะ  - SEM  ย่อมาจากคำว่า Search Engine Marketing คือ รูปแบบการทำการตลาดบน Search Engine ที่นิยมมากที่สุดก็คือ Google นั่นเอง เป็นการทำในรูปแบบของการจ่ายเงินเพื่อซื้อพื้นที่โฆษณา โดยใช้วิธีการซื้อ keyword คำที่ต้องการให้ค้นหาสินค้าหรือบริการของเรา จะมีการเรียกเก็บเงินตามจำนวนคลิกเว็บไซต์  สำหรับการทำ SEM เห็นผลลัพธ์ได้ในระยะเวลาอันสั้นในการติดอันดับบน Google และเห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน แต่สิ่งที่ตามมาก็คือค่าใช้จ่ายนั่นเ...