ข้ามไปที่เนื้อหาหลัก

เมื่ออยากเริ่มจ้างที่ปรึกษาการตลาด



เมื่อคุณกำลังพบเจอสัญญาณเหล่านี้ แน่นอนว่ามันเป็นสัญญาณที่กำลังบอกว่า.. ธุรกิจของคุณจำเป็นต้องจ้างที่ปรึกษาการตลาดเก่งๆ มาให้คำปรึกษาได้แล้ว แม้ว่าคุณจะเป็นเจ้าของธุรกิจมากมาย หรือชอบดูแลกิจการทั้งหมดด้วยตัวเอง แต่ก็ยังมีทั้งสิ่งที่คุณถนัด และไม่ถนัดอีกมากมาย จนถึงเวลาที่คุณเริ่มอยากจ้างที่ปรึกษาส่วนตัว เพื่อให้การบริหารจัดการธุรกิจของคุณง่ายขึ้น

เมื่ออยากเริ่มจ้างที่ปรึกษาการตลาด

การจ้างที่ปรึกษาการตลาดเป็นทางเลือกที่ดีในการทำธุรกิจ เพราะที่ปรึกษาผู้เชี่ยวชาญที่จะเข้ามาช่วยผ่อนแรงของคุณ ให้มีเวลาดูแลส่วนอื่นๆ ของธุรกิจได้อย่างทั่วถึงขึ้นนั่นเองค่ะ

วันนี้เราได้รวบรวม 4 สัญญาณ ที่ได้บ่งบอกถึงเวลาที่คุณจำเป็นต้องจ้างที่ปรึกษาการตลาดได้แล้วค่ะ

1. การดำเนินธุรกิจไม่ได้ผลลัพธ์ตามคาด
ถ้าหากธุรกิจของคุณเริ่มได้มีการลองปรับอะไรใหม่ๆ ในหลายๆ ครั้งแล้ว แต่ไม่มีผล ทั้งขยายกิจการ ปรับแผนกลยุทธ์ หรือ เปลี่ยนวิธีทำการตลาดใหม่ การจ้างที่ปรึกษาการตลาดที่มีความเชี่ยวชาญ จะส่งผลให้การดำเนินกิจการของธุรกิจของคุณเกิดประสิทธิภาพ และประสิทธิผลมากขึ้นได้

2. ขาดผู้เชี่ยวชาญเฉพาะด้านการตลาด
ถ้าหากคุณกำลังหาช่องทางขยายตลาด หรือต่อยอดธุรกิจ แต่ว่าไม่รู้ว่าต้องทำอย่างไร เพราะไม่มีประสบการณ์ในด้านนั้นๆ มากพอเท่าที่ควร การจ้างที่ปรึกษาการตลาดจช่วยคุณให้ได้งานที่มีประสิทธิภาพมากกว่านั่นเองค่ะ

3. ต้นทุนสูง งบบานปลาย
ตัวอย่างเช่น ถ้าคุณอยากที่จะลงโฆษณากับเว็บไซต์ต่างๆ การติดต่อเว็บไซต์ที่แตกต่างกันนั้น คุณอาจจะได้รับการเสนอราคาที่รวมแล้วแพงกว่าที่คาด การมีผู้ดำเนินการให้ การจ้างที่ปรึกษาการตลาดจะทำให้คุณประหยัดแรงขึ้นได้มากทีเดียวค่ะ คุณอาจจะพบกับราคาที่ถูกกว่าที่คุณติดต่อเอง หรือ สามารถลงโฆษณากับเว็บไซต์ต่างผ่าน Google Ads หรือ Facebook Audience Network ได้ด้วย ดังนั้นการจ้างที่ปรึกษาการตลาดจึงเป็นทางเลือกที่ดีค่ะ

4. มีงาน แต่ไม่มีคน
ธุรกิจนั้นมักจะมีขึ้นมีลง แต่ในบางธุรกิจในขณะที่ดำเนินการไปได้ดี แต่กลับมีพนักงานไม่พอ ปัญหานี้แก้ได้โดยการจ้างพนักงานชั่วคราว หรือ Outsource การจ้างที่ปรึกษาการตลาดที่มีความถนัด และเชี่ยวชาญเข้ามาช่วยบริหาร ซึ่งอาจจะทำให้คุณลดการใช้งานพนักงานของคุณได้โดยผ่านเทคโนโลยีใหม่ๆ ให้พนักงานสามารถไปทำงานอื่นให้มีประสิทธิภาพดีกว่า

ที่มา: SEO WINNER


ความคิดเห็น

โพสต์ยอดนิยมจากบล็อกนี้

SEO Content เขียนอย่างไร จึงจะติดอันดับ ?

  การเขียน SEO Content จะทำให้บทความของคุณมีประสิทธิภาพมากขึ้น จะช่วยให้บทความของคุณติดอันดับบน Google ทำให้มีคนค้นหาเว็บไซต์ และบทความของคุณเจอเพิ่มมากขึ้นอีกด้วย วันนี้เราจะพามาหาคำตอบกันค่ะ ว่าควรต้องทำอย่างไรบ้าง ? 1. กำหนด Keyword  สำหรับการเขียน SEO Content นั้นต้องมีการกำหนด Keyword ที่เหมาะสมและสอดคล้องกับบทความที่เราเขียน โดยต้องวิเคราะห์ก่อนว่ากลุ่มเป้าหมายที่จะมาอ่านบทความของเราเป็นใคร และเขาจะใช้ Keyword อะไรในการค้นหา และอย่าลืมว่า Keyword มี่เราเลือกใช้ต้องมีปริมาณการค้นหา (Search Volume) ประมาณหนึ่งด้วย ยกตัวอย่างง่ายๆ ก่อนอื่นเราต้องดูว่าประเด็นที่เราจะเขียนนั้นคืออะไร เราสามารถนำประเด็นนั้นมาเป็น Keyword ตั้งต้นได้ เช่น การตลาดวันละตอนจะเขียนเรื่อง กลยุทธ์ในการทำการตลาดออนไลน์ Keyword ที่เหมาะสมก็คือ กลยุทธ์การตลาด หรือ กลยุทธ์การตลาดออนไลน์ เป็นต้น 2. ใส่ Keyword ให้ถูกตำแหน่ง การใส่ Keyword ควรแทรกให้กระจายอยู่ในส่วนต่างๆ ของบทความ แต่ต้องไม่มากจนเกินไป เพราะอาจจะทำให้ Google มองว่าเว็บไซต์ของเราเป็นพวกสแปมคีย์เวิร์ดได้  ปกติแล้ว SEO Content จะมีความยาว...

กลยุทธ์ Tie-in แบรนด์อย่างไร ? ให้เจาะกลุ่มเป้าหมายได้แบบเนียนๆ

กลยุทธ์ Tie-in เป็นหนึ่งในวิธีการสร้างการรับรู้แบรนด์ เพื่อสื่อสารการตลาดกับ 'ลูกค้า' โดยเป็นที่รู้จักและใช้มานานอย่างแพร่หลายแล้ว โดยวิธียอดฮิตก็คือ การนำผลิตภัณฑ์ บริการ หรือโลโก้แบรนด์ เข้าไปอยู่ในคอนเทนต์ที่นำเสนอไปยังกลุ่มเป้าหมายนั่นเอง และต้องบอกว่า การใช้กลยุทธ์ Tie-in ในยุคปัจจุบันนี้ มีช่องทางให้เลือกในการโปรโมทสินค้าได้อย่างมากมาย ซึ่งกลยุทธ์นี้สามารถสร้างการรับรู้ที่ดี อีกทั้งยังดึงดูดความสนใจผู้บริโภคได้อย่างเนียนๆ อีกด้วย จนแทบกลุ่มเป้าหมายอาจจะไม่รู้ตัวกันเลยค่ะ วันนี้เราได้นำไอเดียดีๆ จาก everydaymarketing มาแบ่งปันกันค่ะ สำหรับการ Tie-in ในยุคสังคมออนไลน์แบบนี้ มาให้นักการตลาดได้หยิบเอาไปใช้ได้ ดังนั้นมาดูกันดีกว่าว่า เราจะสามารถ Tie-in อย่างไรได้บ้าง ? 1. Tie-in สื่อแฝงในภาพยนต์ แน่นอนว่าหลายๆ คนคงพบเห็นกันบ่อยๆ กับสื่อแฝงในภาพยนต์ แต่จะทำอย่างไรล่ะให้หนัง หรือภาพยนตร์เรื่องนั้นๆ เกิดภาพจำได้ว่าแบรนด์นี้เป็นแบรนด์ของเรา ยกตัวอย่างเช่น.. การ Tie-in ของภาพยนต์ไทย 'เรื่องอ้ายคนหล่อลวง' ที่โด่งดังมากๆ สิ่งที่เห็นชัดๆ เลยก็คือ จะเห็นแบรนด์ 'ศรีสวัสด...

SEO และ SEM คืออะไร

  ในการทำธุรกิจออนไลน์ การทำเว็บไซต์เป็นสิ่งที่สำคัญ เปรียบเสมือนเป็นหน้าต่างของบ้านเลยทีเดียว และเมื่อเรามีเว็บไซต์เป็นของตัวเองแล้ว สิ่งที่ตามมาก็คือ การโปรโมทเว็บไซต์นั่นเอง ช่องทางการสร้างยอดขายให้เติบโตอย่างรวดเร็วอย่าง Google และใครๆ ก็ต้องการที่ครองอันดับต้นๆ กันทั้งนั้น  สำหรับวันนี้เราจะมาพูดถึง SEO และ SEM กันค่ะ แน่นอนว่าหลายๆ คนต้องคุ้นหูกันอย่างแน่นอน เพราะถือว่าเครื่องมือการตลาดออนไลน์ที่กำลังมาแรง และเป็นที่น่าสนใจมากๆ แต่ 2 อย่างนี้มีความแตกต่างกันอย่างไร นำไปใช้แบบไหน และเหมาะกับธุรกิจของเราหรือไม่ วันนี้เราจะพาทุกคนไปหาคำตอบกันค่ะ  - SEM  ย่อมาจากคำว่า Search Engine Marketing คือ รูปแบบการทำการตลาดบน Search Engine ที่นิยมมากที่สุดก็คือ Google นั่นเอง เป็นการทำในรูปแบบของการจ่ายเงินเพื่อซื้อพื้นที่โฆษณา โดยใช้วิธีการซื้อ keyword คำที่ต้องการให้ค้นหาสินค้าหรือบริการของเรา จะมีการเรียกเก็บเงินตามจำนวนคลิกเว็บไซต์  สำหรับการทำ SEM เห็นผลลัพธ์ได้ในระยะเวลาอันสั้นในการติดอันดับบน Google และเห็นผลลัพธ์ได้อย่างชัดเจน แต่สิ่งที่ตามมาก็คือค่าใช้จ่ายนั่นเ...